โคโม่สร้างเซอร์ไพรส์สำคัญใน ศึกโคปปา อิตาเลีย 2025/26 หลังบุกเอาชนะ ฟิออเรนตินา ไปด้วยสกอร์ 3-1 ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย ของรายการ แข่งขันที่ สนามอาร์เทมิโอ ฟรานคี เมื่อคืนวันพุธที่ 28 มกราคม 2566 เวลาไทย (ตี 1 ตามเวลาไทย)
ชัยชนะครั้งนี้ทำให้โคโม่คว้าตั๋วไปสู่ รอบก่อนรองชนะเลิศ (Quarter-Final) และมีคิวพบกับ นาโปลี เพื่อชิงตั๋วเข้าสู่รอบรองชนะเลิศต่อไป
รายงานไฮไลท์การแข่งขัน
เกมเริ่มต้นด้วยการที่ ฟิออเรนตินา ขึ้นนำก่อนตั้งแต่ นาทีที่ 7 จากการยิงของ โรแบร์โต้ พิคโคลี ซึ่งจบสกอร์จาก จิโอวานนี่ ฟาเบียน ที่เปิดบอลต่ำเข้าเขตโทษอย่างเฉียบคม
แม้จะโดนนำก่อน แต่โคโม่ไม่ยอมแพ้ และมาพลิกสถานการณ์ได้สำเร็จใน นาทีที่ 20 จากการยิงของ เซร์จี โรแบร์โต้ หลังบอลรีบาวด์มาตกใกล้หน้าเขา ทำให้สกอร์กลับมาเสมอ 1-1 และช่วยสร้างความมั่นใจให้ทีมเยือนอย่างชัดเจน
ถึงแม้ ครึ่งแรก จะมีจังหวะโอกาสหลายครั้ง แต่ โอลิเวอร์ คริสเตนเซ่น นายทวารฟิออเรนตินา เซฟลูกอันตรายของโคโม่ได้หลายครั้ง อย่างไรก็ตามนักเตะโคโม่ยังคงพยายามใช้ทุกโอกาสอย่างเต็มที่
โคโม่พลิกขึ้นนำและตอกย้ำชัยชนะ
ใน นาทีที่ 60 โคโม่ขึ้นนำ 2-1 เมื่อ นิโก ปาซ สอดเข้าซ้ำบอลรีบาวด์นอกกรอบเขตโทษอย่างเฉียบคม หลังจากนั้น ทีมเยือนยังคงกดดันแนวรับฟิออเรนตินาอย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาสกอร์และสร้างโอกาสเพิ่ม
ก่อนจบการแข่งขันในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ อัลบาโร่ โมราต้า สอยประตูปิดท้าย 3-1 จากการจ่ายบอลของ นิโคลัส-เกร์ริท คูน ประตูนี้ไม่เพียงยืนยันชัยชนะ แต่ยังเป็น การกลับมาทำประตูครั้งแรกของโมราต้า นับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2025 อีกด้วย
ชัยชนะครั้งนี้ทำให้โคโม่เดินหน้าสู่ รอบ 8 ทีมสุดท้ายโคปปา อิตาเลีย และเตรียมเผชิญหน้ากับนาโปลีในแมตช์ต่อไป ซึ่งแฟนบอลต่างตั้งตารอคอยฟอร์มการเล่นของทีมเยือนที่จะสร้างเซอร์ไพรส์อีกครั้ง
จุดเด่นและประเด็นน่าสนใจ
-
การตอบโต้ที่รวดเร็ว: โคโม่ไม่ปล่อยให้ฟิออเรนตินานำเกมยาวนาน พลิกกลับมานำในครึ่งหลังได้อย่างมีประสิทธิภาพ
-
ฟอร์มเด่นของนักเตะตัวสำคัญ: เซร์จี โรแบร์โต้, นิโก ปาซ และอัลบาโร่ โมราต้า คือคีย์แมนของทีม
-
โอกาสต่อเนื่อง: แม้ฟิออเรนตินาจะมีโอกาสหลายครั้ง แต่การป้องกันและความแม่นยำในการยิงของโคโม่ช่วยให้ทีมคว้าชัย
การเดินหน้าสู่ รอบก่อนรองฯ ของโคโม่ถือเป็นสัญญาณว่า ทีมสามารถแข่งขันกับทีมใหญ่ในอิตาลีได้ และเกมที่จะพบกับ นาโปลี จะเป็นบททดสอบสำคัญว่าพวกเขาสามารถไปถึง รอบรองชนะเลิศ ได้หรือไม่