ชื่อของ โชเซ มูรินโญ เริ่มเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกฟุตบอล เมื่อเขาพา เอฟซี ปอร์โต คว้าแชมป์ยูฟ่า คัพ ฤดูกาล 2002/2003 ก่อนจะสร้างแรงสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ด้วยการคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ฤดูกาล 2003/2004 ความสำเร็จดังกล่าวส่งให้เขาก้าวขึ้นสู่ระดับโค้ชแถวหน้าของยุโรป และได้รับฉายาอันเป็นเอกลักษณ์ว่า “The Special One”
เส้นทางแห่งความสำเร็จยังไม่หยุดเพียงเท่านั้น เมื่อมูรินโญย้ายมาคุม เชลซี เขาสามารถพาทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้ทันทีตั้งแต่ฤดูกาลแรก แม้จะไม่ประสบความสำเร็จในเวทียุโรป แต่ความยิ่งใหญ่ของเขาก็กลับมาถึงจุดสูงสุดอีกครั้งกับ อินเตอร์ มิลาน จากการสร้างประวัติศาสตร์คว้า “ทริปเปิลแชมป์” อันยิ่งใหญ่
หลังจากนั้น มูรินโญยังคุมทีมยักษ์ใหญ่อีกหลายสโมสร ไม่ว่าจะเป็น เรอัล มาดริด การกลับไปเชลซีอีกครั้ง รวมถึงการนำ อาแอส โรม่า สร้างความสำเร็จในเวทียุโรป ตลอดอาชีพของเขา มูรินโญได้ร่วมงานกับนักเตะระดับโลกในแทบทุกตำแหน่ง และจากรายชื่อเหล่านั้น สามารถจัดเป็น 11 ตัวจริงที่แข็งแกร่งที่สุดที่เขาเคยคุมทีมได้อย่างน่าทึ่ง
ผู้รักษาประตู: อิเกร์ กาซียาส
แม้มูรินโญจะเคยร่วมงานกับผู้รักษาประตูระดับท็อปหลายราย เช่น เปตร เช็ก, ฮูโก โยริส หรือ จูลิโอ เซซาร์ แต่เมื่อวัดจากความสำเร็จและจำนวนถ้วยรางวัล อิเกร์ กาซียาส คือคำตอบที่ชัดเจน อดีตกัปตันทีมเรอัล มาดริดและทีมชาติสเปนคือสัญลักษณ์ของความนิ่ง ความเป็นผู้นำ และประสบการณ์ในเกมใหญ่
แผงหลังที่แข็งแกร่งและครบเครื่อง
แบ็กขวา: ฮาเวียร์ ซาเน็ตติ
ซาเน็ตติคือภาพแทนของความทุ่มเทและความสม่ำเสมอ เขาใช้เวลากว่า 19 ปีในสีเสื้ออินเตอร์ มิลาน ลงสนามมากกว่า 850 นัด และเป็นหนึ่งในผู้นำสำคัญของทีมชุดทริปเปิลแชมป์ ปัจจุบันเขายังทำงานกับสโมสรในฐานะผู้บริหาร
เซ็นเตอร์แบ็ก: จอห์น เทอร์รี
กัปตันระดับตำนานของเชลซีคือหัวใจแนวรับในยุคมูรินโญ เทอร์รีเป็นผู้นำโดยธรรมชาติ อ่านเกมขาด และแข็งแกร่งในลูกกลางอากาศ จนถูกยกย่องว่าเป็นหนึ่งในกองหลังที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีก
เซ็นเตอร์แบ็ก: เซร์คิโอ รามอส
รามอสคือกองหลังที่ครบเครื่องทั้งเกมรับและเกมรุก ความดุดัน ผสานกับความสามารถในการทำประตูในจังหวะสำคัญ ทำให้เขาประสบความสำเร็จทุกรายการ ทั้งในระดับสโมสรและทีมชาติสเปน
แบ็กซ้าย: แอชลีย์ โคล
โคลคือแบ็กซ้ายต้นแบบของยุคฟุตบอลสมัยใหม่ในช่วงปี 2000 เขาแข็งแกร่งในเกมรับ และรวดเร็วในการเติมเกมรุก เป็นกำลังหลักของมูรินโญในยุคเชลซี และยังเป็นตัวหลักของทีมชาติอังกฤษ
แดนกลางที่สมดุลและทรงพลัง
กองกลาง: แฟรงค์ แลมพาร์ด
แลมพาร์ดคือกองกลางที่ทำประตูได้มากที่สุดในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีก ความสามารถในการสอดขึ้นยิงจากแถวสอง ทำให้เขาเป็นอาวุธสำคัญในระบบของมูรินโญ และเป็นนักเตะที่เข้าใจฟุตบอลเชิงแท็กติกอย่างลึกซึ้ง
กองกลาง: ลูกา โมดริช
แม้ในช่วงปลายอาชีพ โมดริชก็ยังถูกยกย่องว่าเป็นหนึ่งในกองกลางที่ดีที่สุดในโลก ยิ่งในช่วงพีค เขาคือจอมทัพที่ควบคุมจังหวะเกมได้ราวกับมีเวทมนตร์
กองกลางตัวรุก: กาก้า
ผู้คว้ารางวัลบัลลงดอร์ปี 2007 เหนือ เวสลีย์ สไนเดอร์ เข้ามาเติมความสร้างสรรค์ในแดนกลาง แม้ช่วงเวลาที่เรอัล มาดริดจะไม่ยาวนานนัก แต่กาก้าก็ยังมีส่วนร่วมในการคว้าแชมป์ภายใต้การคุมทีมของมูรินโญ
แนวรุกระดับตำนาน
ปีกขวา: คริสเตียโน โรนัลโด
ไม่มีข้อกังขาใด ๆ กับการมีชื่อของโรนัลโดในทีมชุดนี้ ภายใต้การคุมทีมของมูรินโญ เขากลายเป็นเครื่องจักรถล่มประตู แม้ทั้งคู่จะไม่สามารถคว้าแชมป์แชมเปียนส์ ลีก ร่วมกันได้ แต่ผลงานส่วนตัวยังคงอยู่ในระดับสูงสุด
ปีกซ้าย: เอแด็น อาซาร์
ตลอด 7 ปีกับเชลซี อาซาร์คือฝันร้ายของกองหลังพรีเมียร์ลีก ความเร็ว เทคนิค และความคิดสร้างสรรค์ ทำให้เขาพาทีมคว้าแชมป์หลายรายการในยุคมูรินโญ
กองหน้าตัวเป้า: ดิดิเยร์ ดร็อกบา
ดร็อกบาคือศูนย์หน้าที่มูรินโญไว้วางใจมากที่สุด ความแข็งแกร่ง การเก็บบอล และความอันตรายในเกมใหญ่ ทำให้เขาเป็นหนึ่งในกองหน้าที่น่ากลัวที่สุดในพรีเมียร์ลีกยุคนั้น
ทีมในฝันของ The Special One
11 ตัวจริงชุดนี้สะท้อนปรัชญาฟุตบอลของโชเซ มูรินโญ อย่างชัดเจน ทั้งความแข็งแกร่ง วินัย แท็กติก และความเด็ดขาดในเกมสำคัญ หากนักเตะเหล่านี้ได้ลงสนามร่วมกันในช่วงพีค เชื่อว่าพวกเขาสามารถท้าทายทุกแชมป์ในระดับสูงสุดของโลกฟุตบอลได้อย่างไม่ต้องสงสัย