แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อาจยังไม่สามารถถูกเรียกได้ว่า “กลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง” อย่างแท้จริง ทว่าทิศทางและสิ่งที่ ไมเคิล คาร์ริก กำลังสร้างขึ้นในฐานะกุนซือชั่วคราว ได้รับความไว้วางใจมากขึ้นอย่างชัดเจน ทั้งจากนักเตะภายในทีม รวมถึงเสียงสนับสนุนจากแฟนบอล
ตลอดช่วงเกือบ 20 เดือนที่ผ่านมา “ปีศาจแดง” ต้องเผชิญกับคำถามพื้นฐานที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เกี่ยวกับตัวตนของสโมสร
พวกเขาต้องการเป็นทีมแบบไหน?
ควรเล่นฟุตบอลในแนวทางใด?
และสไตล์นั้นตอบโจทย์ความคาดหวังของแฟนบอลทั่วโลกหรือไม่?
ไม่ว่าจะเป็นในยุคของ เอริก เทน ฮาก หรือ รูเบน อาโมริม การถกเถียงเรื่องอัตลักษณ์ของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แทบไม่เคยจางหาย นักวิจารณ์และแฟนบอลต่างพยายามหาจุดสมดุลระหว่าง “มรดกความยิ่งใหญ่ในอดีต” กับความจำเป็นในการปรับตัวเข้าสู่ฟุตบอลยุคใหม่
ความรุ่งโรจน์ในวันวานค่อย ๆ เลือนหาย ขณะที่ยูไนเต็ดเวอร์ชันปัจจุบันกลับดิ้นรนเพื่อค้นหาตัวตนและความชัดเจนในแนวทางของตัวเอง
ชัยชนะไม่ใช่คำตอบทั้งหมด แต่เป็นสัญญาณบางอย่าง
แน่นอนว่า ชัยชนะเพียงนัดเดียวไม่อาจนิยามคำว่า “การฟื้นคืนชีพ” ได้ แม้กระทั่งการคว้าชัยสองเกมติดต่อกันภายใต้การคุมทีมของผู้จัดการชั่วคราว ก็ยังไม่เพียงพอจะประกาศว่าแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กลับมาแล้ว
อย่างไรก็ตาม วิธีที่ไมเคิล คาร์ริก พาทีมเอาชนะทั้งแมนเชสเตอร์ ซิตี้ และอาร์เซนอล กลับส่งสัญญาณที่ชัดเจนอย่างยิ่ง
มันบ่งบอกว่า มีบางสิ่งที่ถูกปลุกให้กลับมาในทีมนี้—บางสิ่งที่หลายคนเคยหวาดกลัวว่าหายไปอย่างถาวร
“DNA ของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด” เริ่มมีรูปร่าง
คำว่า “DNA ของยูไนเต็ด” ถูกพูดถึงมานาน บางครั้งก็ถูกมองว่าเป็นเพียงวาทกรรมเลื่อนลอย แต่คาร์ริกและทีมงานสามารถทำให้แนวคิดที่ดูเป็นนามธรรมนั้น กลายเป็นภาพที่จับต้องได้มากขึ้น
คำถามง่าย ๆ คือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คือทีมแบบไหน?
คำตอบที่เริ่มชัดเจนขึ้นคือ
ทีมที่สามารถสร้างบาดแผลให้กับสโมสรยักษ์ใหญ่ของอังกฤษได้ เมื่อจังหวะเหมาะสม
แล้วพวกเขาควรเล่นฟุตบอลแบบใด?
คำตอบก็ตรงไปตรงมาไม่แพ้กัน—
เล่นด้วยความกล้า วินัย และใช้โอกาสเพียงไม่กี่ครั้งให้เกิดประโยชน์สูงสุด
บททดสอบที่เอมิเรตส์ สเตเดียม
ในเกมที่เอมิเรตส์ สเตเดียม เมื่อคืนวันอาทิตย์ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต้องใช้เวลาปรับตัวพอสมควร
อาร์เซนอลของ มิเกล อาร์เตตา เป็นทีมที่ขึ้นชื่อเรื่องการรับมือเกมสวนกลับได้อย่างยอดเยี่ยม ทำให้ยูไนเต็ดไม่สามารถใช้เกมทรานซิชันเร็วได้ถนัดเหมือนเกมที่เอาชนะซิตี้เมื่อสัปดาห์ก่อน
การจบอันดับรองแชมป์ลีกถึงสามครั้งติดต่อกัน ทำให้อาร์เตตาสร้างทีมที่มีโครงสร้างแข็งแกร่ง โดยเฉพาะการโจมตีจากลูกตั้งเตะ ซึ่งกลายเป็นอาวุธสำคัญในการเจาะแนวรับต่ำของคู่แข่ง
ไม่พังทลายเมื่อเจอสถานการณ์เลวร้าย
เมื่อ ลิซานโดร มาร์ติเนซ ทำเข้าประตูตัวเองในนาทีที่ 29 ภาพของเกมดูเหมือนจะดำเนินไปตามบทเดิมที่แฟนบอลยูไนเต็ดคุ้นเคย—ความผิดพลาด ความกดดัน และการเสียสมาธิ
แต่สิ่งที่แตกต่างคือ ทีมของคาร์ริกไม่แตกสลาย
พวกเขายังคงยืนหยัด รักษาระเบียบ และไม่ปล่อยให้อารมณ์พาเกมหลุดมือ นี่คือสัญญาณของทีมที่เริ่มมีโครงสร้างทางจิตใจและความเชื่อมั่นกลับคืนมา
โปรเจกต์ที่ยังไม่สมบูรณ์ แต่มีทิศทาง
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อาจยังไม่ใช่ทีมที่พร้อมลุ้นแชมป์ในทุกถ้วย แต่สิ่งที่ไมเคิล คาร์ริก กำลังสร้าง ได้รับการยอมรับว่า “มีทิศทางที่ถูกต้อง”
แฟนบอลอาจยังไม่เห็นปลายทางที่ชัดเจน
แต่เป็นครั้งแรกในรอบหลายปี ที่พวกเขาเริ่มรู้สึกว่า ยูไนเต็ดกำลังเดินไปข้างหน้า—not แค่เดินวนอยู่กับที่