คริสโตเฟอร์ เอ็นกุนกู กำลังค่อยๆ สร้างสถานะของตัวเองในฐานะหนึ่งในหัวใจสำคัญของแนวรุก เอซี มิลาน หลังจากที่ต้องเผชิญช่วงเวลาอันยากลำบากในช่วงต้นฤดูกาล กองหน้าชาวฝรั่งเศสรายนี้เคยถูกตั้งคำถามถึงความคุ้มค่าของค่าตัว แต่วันนี้เขากลับกลายเป็นอาวุธเด็ดของทัพ “ปีศาจแดง-ดำ” อย่างเต็มภาคภูมิ
นับตั้งแต่ต้นปี 2026 เป็นต้นมา ประตูเริ่มไหลมาเทมา เอ็นกุนกูกลายเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่ทำผลงานโดดเด่นที่สุดของทีม และยังรั้งตำแหน่งดาวซัลโวของสโมสรในปีปฏิทินนี้อีกด้วย ฟอร์มการเล่นที่เฉียบคมและความสม่ำเสมอ ทำให้เขาได้รับเสียงชื่นชมจากทั้งแฟนบอลและสื่ออิตาลี
จุดเปลี่ยนจากความกดดัน สู่ความมั่นใจที่ซาน ซิโร
การย้ายจากเชลซีมาสู่ถิ่นซาน ซิโร พร้อมค่าตัวที่อาจสูงถึง 38 ล้านยูโร ทำให้เอ็นกุนกูต้องแบกรับความคาดหวังมหาศาลตั้งแต่นาทีแรกที่เปิดตัว หลายคนมองว่าเขาจะเข้ามาเป็นตัวความหวังในการยกระดับเกมรุกของมิลานทันที
อย่างไรก็ตาม ช่วงแรกในศึกกัลโช่ เซเรีย อา ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด เขาต้องใช้เวลาปรับตัวกับสไตล์ฟุตบอลอิตาลีที่เน้นแท็กติกและเกมรับที่รัดกุม แม้จะประเดิมประตูแรกได้ในศึกโคปปา อิตาเลีย แต่ในลีกกลับต้องรอคอยอยู่นานกว่าจะปลดล็อกสกอร์ได้
สถานการณ์ดังกล่าวสร้างแรงกดดันไม่น้อย โดยเฉพาะกับผู้เล่นตำแหน่งกองหน้าที่มักถูกตัดสินจากจำนวนประตูเป็นหลัก ทว่าเอ็นกุนกูเลือกใช้วิธีรับมือที่แตกต่าง เขาไม่ปล่อยให้ความกังวลครอบงำจิตใจ
“ผมพยายามรักษาความสงบเอาไว้ เพราะผมรู้ถึงคุณภาพของตัวเอง และมั่นใจว่าประตูจะต้องมา มันเป็นแค่เรื่องของเวลาและจังหวะเท่านั้น หากคุณเล่นเป็นกองหน้า หน้าที่ของคุณคือการทำประตู”
— เอ็นกุนกู ให้สัมภาษณ์กับ Gazzetta dello Sport
เขายังเสริมว่า แม้ในช่วงที่ยังยิงไม่ได้ เขายังคงช่วยทีมในด้านอื่น ไม่ว่าจะเป็นการเชื่อมเกม การเคลื่อนที่เปิดพื้นที่ หรือการสร้างโอกาสให้เพื่อนร่วมทีม
“บางครั้งคุณอาจไม่ได้ทำประตูหรือแอสซิสต์ แต่คุณยังสามารถช่วยทีมได้เสมอ แน่นอนว่าประตูและแอสซิสต์เป็นสิ่งที่คนมองเห็นชัดที่สุด แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือชัยชนะ และการทำตามสิ่งที่โค้ชต้องการ”
คำแนะนำเรียบง่ายจาก มัสซิมิเลียโน อัลเลกรี เปลี่ยนทุกอย่าง
จุดเปลี่ยนสำคัญของเอ็นกุนกูเกิดขึ้นในช่วงปลายปี 2025 เมื่อเขายิงสองประตูใส่เวโรนา กลายเป็นแมตช์ที่ปลดล็อกความมั่นใจอย่างแท้จริง จากนั้นเป็นต้นมา เขาเริ่มเล่นด้วยความผ่อนคลายมากขึ้น กล้าตัดสินใจ และแสดงศักยภาพที่แท้จริงออกมา
หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่เจ้าตัวยอมรับว่าเป็นเบื้องหลังความสำเร็จ คือคำแนะนำจากกุนซือมากประสบการณ์อย่าง มัสซิมิเลียโน อัลเลกรี
อัลเลกรีไม่ได้ให้คำแนะนำซับซ้อนเชิงแท็กติกมากนัก แต่กลับเน้นเรื่องสภาพจิตใจ เขาบอกกับเอ็นกุนกูให้ “ใจเย็นเข้าไว้ และยิ้มให้มากขึ้น”
คำพูดที่ดูเรียบง่าย กลับสร้างผลกระทบอย่างมหาศาลต่อมุมมองของนักเตะรายนี้
“เมื่อโค้ชพูดอะไร คุณต้องรับฟัง เพราะเขามีประสบการณ์สูงมาก ตอนนั้นผมอาจจะอยู่ในโลกของตัวเอง พยายามเตรียมความพร้อมอยู่เสมอ แต่ใช่เลย… เมื่อคุณยิ้มและมองทุกอย่างในแง่บวก ทุกอย่างมันเปลี่ยนไปจริงๆ”
เอ็นกุนกู กับบทบาทใหม่ในแนวรุกเอซี มิลาน
นอกจากจำนวนประตูที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เอ็นกุนกูยังแสดงให้เห็นถึงการปรับตัวเข้ากับระบบทีมได้อย่างสมบูรณ์ เขาไม่ใช่แค่กองหน้าที่รอจบสกอร์ แต่ยังมีส่วนร่วมกับเกมรุกทั้งระบบ การเพรสซิ่ง การเคลื่อนที่หาพื้นที่ และการสร้างสมดุลในแนวรุก
ฟอร์มที่กลับมาร้อนแรงทำให้ชื่อของเขาถูกพูดถึงมากขึ้นในวงการฟุตบอลอิตาลี และอาจกลายเป็นกำลังสำคัญในการลุ้นแชมป์ของเอซี มิลานในฤดูกาลนี้
จากช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยคำถาม วันนี้คริสโตเฟอร์ เอ็นกุนกูได้พิสูจน์แล้วว่า ความอดทน ความเชื่อมั่นในตัวเอง และทัศนคติที่ดี สามารถเปลี่ยนเส้นทางอาชีพได้อย่างสิ้นเชิง