SBOTOP: ข้อกล่าวหาสุดแรง! รูเบน อาโมริม ตั้งใจโดนปลดเพื่อรับเงินชดเชยก้อนโตจากแมนยู?

SBOTOP: ข้อกล่าวหาสุดแรง! รูเบน อาโมริม ตั้งใจโดนปลดเพื่อรับเงินชดเชยก้อนโตจากแมนยู?

การปลด รูเบน อาโมริม จาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กลายเป็นประเด็นร้อนที่ไม่ได้เกี่ยวข้องเพียงแค่ผลการแข่งขันในสนามเท่านั้น แต่สะท้อนถึงความขัดแย้งและปัญหาภายในสโมสรอย่างลึกซึ้ง การตัดสินใจยุติการทำงานร่วมกับผู้จัดการทีมชาวโปรตุเกสเกิดขึ้น เพียงหนึ่งวันหลังจากเขาแสดงความเห็นอย่างตรงไปตรงมาต่อสาธารณะ

หลังเกมเสมอกับ ลีดส์ ยูไนเต็ด อาโมริมแสดงความไม่พอใจต่อบทบาทของตัวเองในทีม รวมถึงตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับ การสนับสนุนที่เขาได้รับจากฝ่ายบริหารของสโมสร การเปิดเผยนี้ทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง และมีการตั้งข้อสังเกตว่าอาโมริมอาจคาดการณ์ผลลัพธ์จากคำพูดของตนไว้แล้ว หนึ่งในเสียงที่วิจารณ์แรงที่สุดมาจาก ไซมอน จอร์แดน อดีตประธานคริสตัล พาเลซ ที่มองว่าผู้จัดการทีมชาวโปรตุเกสอาจมี แรงจูงใจทางการเงินแอบแฝง

การยืนยันการปลดและเหตุผลเบื้องหลังคำพูดของอาโมริม

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดออกแถลงการณ์ยืนยันเมื่อ เช้าวันจันทร์ ว่า รูเบน อาโมริมถูกปลดจากตำแหน่ง ทันที การตัดสินใจนี้เกิดขึ้นหลังจากคำแถลงของอาโมริมที่สร้างความสนใจอย่างมากในวงการฟุตบอล

ในการแถลงข่าวหลังเกมที่ เอลแลนด์ โร้ด อาโมริมเรียกร้องให้เรียกเขาว่า ผู้จัดการทีม ไม่ใช่เพียง “หัวหน้าโค้ช” พร้อมทั้งขอให้ผู้บริหารสโมสร ปล่อยให้เขาทำงานโดยไม่ถูกแทรกแซง

รายงานระบุว่า ความไม่พอใจของอาโมริมเกิดจาก ความรู้สึกขาดการสนับสนุน รวมถึงความขัดแย้งภายในเกี่ยวกับ เป้าหมายการเสริมทัพ การแสดงออกทางสาธารณะจึงกลายเป็นชนวนสำคัญที่ทำให้สโมสรตัดสินใจปลดเขา

ไซมอน จอร์แดนมองว่าการกระทำของอาโมริมไม่เป็นมืออาชีพ

ในการให้สัมภาษณ์กับ talkSPORT ไซมอน จอร์แดน กล่าวว่าคำพูดของอาโมริมมีแนวโน้มสื่อถึง ความตั้งใจให้ถูกปลด เขายังเปรียบเทียบเหตุการณ์นี้กับกรณีของ เอนโซ มาเรสกา ที่ถูกเชลซีปลดหลังการแถลงข่าวในลักษณะคล้ายกัน

“ผมฟังอาโมริมเมื่อวาน และผมก็ฟังเอนโซ มาเรสกาเหมือนกัน ผมไม่คิดว่าสิ่งที่เขาพูดจะเป็นเรื่องที่รุนแรงเกินไป” จอร์แดนกล่าว

“เขากำลังอธิบายความเห็นเกี่ยวกับบทบาทที่เขาควรมี แต่การให้คนอื่นทำงานแทนไม่ใช่เรื่องเดียวกับการบอกว่าตัวเองเจอ 48 ชั่วโมงที่แย่ที่สุดในชีวิตและไม่ได้รับการสนับสนุน”

จอร์แดนยังมองว่า วิธีการสื่อสารของอาโมริมมีปัญหา “ผมมองว่ามันไม่เป็นมืออาชีพอย่างมาก ซึ่งเป็นสิ่งที่เราเห็นบ่อยกับผู้จัดการทีมในช่วงหลัง ผมยังมองว่า มาร์เรสกา ก็ไม่เป็นมืออาชีพเช่นกัน”

ข้อสงสัยแรงจูงใจทางการเงิน

จอร์แดนยังตั้งข้อสังเกตว่าการใช้ สื่อเป็นช่องทางระบายความไม่พอใจภายใน ถือเป็นสิ่งที่ผิดหลักการ เขาเชื่อว่า มาตรฐานนี้ควรใช้ทั้งกับผู้เล่นและผู้จัดการทีม

“การคิดว่าคุณสามารถสื่อสารกับผู้ที่จ้างคุณผ่านสื่อได้นั้นไม่เป็นมืออาชีพ” จอร์แดนกล่าว “คุณคงไม่อยากให้ผู้เล่นออกไปพูดถึงคุณในแง่ลบต่อสาธารณะ”

เขาตั้งคำถามถึง จุดประสงค์ที่แท้จริง ของคำพูดอาโมริมในการแถลงข่าว “เมื่อฟัง ผมคิดว่ามันกำลังมุ่งไปทางไหน จุดประสงค์คืออะไร และเขาต้องการอะไร”

จอร์แดนสรุปด้วยข้อสันนิษฐานรุนแรงที่สุดว่า: “ผมคิดว่าสิ่งที่เขาต้องการคือถูกปลดและได้เงินชดเชย ผมไม่เห็นทางอื่นเลยถ้าพิจารณาจากคำพูดของเขา”

ผลกระทบด้านสัญญาและค่าชดเชย

ตามรายงานของ The Athletic แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดต้อง จ่ายค่าชดเชยเต็มจำนวนตามสัญญาที่เหลือ เนื่องจากไม่มีข้อกำหนดการยกเลิกสัญญาที่สามารถลดค่าใช้จ่ายได้

สัญญาของอาโมริมเดิมจะมีผลจนถึง ฤดูร้อนปี 2027 พร้อมกับ ตัวเลือกต่อสัญญาอีกหนึ่งปี ทำให้การปลดก่อนกำหนดครั้งนี้ส่งผลให้เขาได้รับ ค่าชดเชยก้อนโต แม้ว่าเวลาที่เขาทำงานในโอลด์ แทรฟฟอร์ดจะสั้นและเต็มไปด้วยความวุ่นวาย

การปลดรูเบน อาโมริมไม่เพียงแต่สร้างผลกระทบด้านการเงิน แต่ยังสะท้อนปัญหา ความเป็นมืออาชีพ, การสื่อสาร, และการบริหารจัดการทีม ในยุคฟุตบอลสมัยใหม่ เหตุการณ์นี้เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่า การตัดสินใจของผู้จัดการทีมและความสัมพันธ์กับฝ่ายบริหารสามารถส่งผลทั้งต่อ ภาพลักษณ์ของสโมสรและอนาคตอาชีพของผู้จัดการทีมเอง

สำหรับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด การหาผู้จัดการทีมใหม่ ไม่ว่าจะเป็น ผู้จัดการทีมชั่วคราวหรือถาวร จะเป็นบททดสอบสำคัญในการคืนเสถียรภาพให้ทีม และแฟนบอลยังคงจับตาดูว่าการตัดสินใจครั้งนี้จะนำมาซึ่ง ความสำเร็จหรือความขัดแย้งในอนาคต

อ่านด้วย :