การกลับคืนสู่เวทีแชมเปียนส์ลีกของ Manchester United เริ่มต้นได้อย่างสวยงาม เมื่อพวกเขาเปิดบ้านถล่ม Sabah FK 4-0 ที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด แต่ชัยชนะที่ขาดลอยกลับยังไม่เพียงพอที่จะทำให้ทุกคนเชื่อว่า “ปีศาจแดง” พร้อมก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในทีมลุ้นแชมป์ยุโรป
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ลงสนามในช่วงเช้ามืดของวันศุกร์ที่ 11 กันยายน 2026 ตามเวลาไทย ก่อนระเบิดฟอร์มด้วยการยิงถึง 4 ประตู โดย Matheus Cunha เป็นคนเปิดสกอร์ ก่อนที่ Bruno Fernandes และ Benjamin Sesko จะช่วยกันทำประตูเพิ่มในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน
Lisandro Martinez ปิดท้ายด้วยประตูในครึ่งหลัง ทำให้ทีมของ Michael Carrick เก็บสามแต้มได้อย่างยอดเยี่ยมในเกมแรกของแชมเปียนส์ลีกฤดูกาลนี้
อย่างไรก็ตาม Jamie Carragher อดีตกองหลัง Liverpool ยังไม่เชื่อว่าแมนยูมีคุณภาพมากพอที่จะเดินทางไปถึงรอบลึกของการแข่งขัน
แมนยูเปิดฉากแชมเปียนส์ลีกด้วยชัยชนะ 4-0
เกมกับ Sabah FK ถือเป็นค่ำคืนสำคัญของ Manchester United เพราะนี่คือการกลับมาเล่นแชมเปียนส์ลีกอีกครั้ง หลังจากครั้งสุดท้ายที่สโมสรลงแข่งขันรายการนี้เกิดขึ้นในปี 2023
แมนยูใช้ความได้เปรียบในการเล่นต่อหน้าแฟนบอลที่โอลด์ แทรฟฟอร์ดได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Matheus Cunha ยิงให้เจ้าบ้านขึ้นนำ ก่อนที่ Bruno Fernandes และ Benjamin Sesko จะทำประตูเพิ่มอย่างต่อเนื่อง ส่งให้แมนยูนำ 3-0 ก่อนหมดครึ่งแรก
หลังพักครึ่ง Lisandro Martinez เพิ่มอีกหนึ่งประตู ทำให้สกอร์จบลงที่ 4-0
สิ่งที่น่าสนใจจากเกมนี้ไม่ได้มีเพียงจำนวนประตู แต่ยังรวมถึงการที่แมนยูสามารถรักษาคลีนชีตได้สำเร็จด้วย
ผลงานดังกล่าวทำให้ทีมของ Carrick เริ่มต้นเส้นทางยุโรปด้วยความมั่นใจ แต่คำถามสำคัญคือ พวกเขาจะทำผลงานในระดับนี้ได้เมื่อเจอกับทีมที่แข็งแกร่งกว่าหรือไม่?
Carragher ยังไม่เชื่อ แมนยูไปได้ไกล
แม้ผลการแข่งขันจะออกมาสวยงาม แต่ Jamie Carragher ยังคงมองว่า Manchester United ไม่ควรตั้งความคาดหวังสูงเกินไปในแชมเปียนส์ลีกฤดูกาลนี้
เมื่อถูกถามว่าแมนยูมีโอกาสเป็นผู้ท้าชิงที่จริงจังหรือไม่ Carragher ให้คำตอบอย่างระมัดระวัง
“อาจจะยังไม่ใช่” Carragher กล่าวกับ CBS Sports
อดีตกองหลัง Liverpool มองว่าแมนยูยังขาดความต่อเนื่องในการเข้าร่วมการแข่งขันระดับสูงสุดของยุโรปในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
Carragher ชี้ให้เห็นว่าแมนยูไม่ได้ผ่านเข้าสู่แชมเปียนส์ลีกอย่างสม่ำเสมอ โดยในช่วงหลายปีที่ผ่านมาอาจได้เข้าร่วมเพียงครั้งเดียวในช่วงเวลาประมาณ 5 หรือ 6 ปี
ดังนั้น สำหรับเขา การประเมินศักยภาพของทีมควรเริ่มจากเป้าหมายที่เป็นรูปธรรมมากกว่าเรื่องการลุ้นแชมป์
ผ่านลีกเฟสคือเป้าหมายแรกของปีศาจแดง
Carragher เชื่อว่าเป้าหมายแรกของ Manchester United ควรเป็นการผ่านลีกเฟสให้ได้ก่อน
รูปแบบการแข่งขันแชมเปียนส์ลีกในฤดูกาลนี้แตกต่างจากระบบรอบแบ่งกลุ่มแบบเดิม ทำให้แต่ละนัดมีความสำคัญต่อเส้นทางเข้าสู่รอบน็อกเอาต์
Carragher มองว่าหากแมนยูสามารถผ่านลีกเฟสได้สำเร็จ จากนั้นจึงค่อยประเมินว่าพวกเขามีโอกาสเดินทางไปได้ไกลแค่ไหน
เขามองว่าการไปถึงรอบก่อนรองชนะเลิศอาจเป็นเป้าหมายที่สมเหตุสมผลสำหรับทีมของ Carrick
สิ่งที่แมนยูต้องพิสูจน์ต่อจากนี้
- รักษาความสม่ำเสมอในเกมระดับยุโรป
- รับมือกับคู่แข่งที่มีคุณภาพสูงกว่า Sabah FK
- แสดงศักยภาพเมื่อเจอทีมใหญ่
- ผ่านลีกเฟสและเข้าสู่รอบน็อกเอาต์
- พัฒนาความมั่นใจจากเกมใหญ่ต่อเนื่อง
Carragher ยืนยันว่าความคิดเห็นของเขาไม่ได้เป็นการดูถูกแมนยู
เขายอมรับว่าแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดเป็นหนึ่งในสโมสรที่ใหญ่ที่สุดในโลก แต่ชื่อเสียงเพียงอย่างเดียวไม่สามารถรับประกันความสำเร็จในแชมเปียนส์ลีกได้
Thierry Henry ขอรอดูบททดสอบที่แท้จริง
Thierry Henry มีมุมมองที่แตกต่างออกไปเล็กน้อย
ตำนาน Arsenal มองว่ายังเร็วเกินไปที่จะตัดสินว่าแมนยูสามารถไปได้ไกลแค่ไหน เพราะชัยชนะเหนือ Sabah ถือเป็นการเปิดสนามที่เหมาะสมอย่างมาก
การได้เล่นในบ้านและเอาชนะด้วยสกอร์ 4-0 ทำให้แมนยูเริ่มต้นได้ดี แต่การแข่งขันกับทีมระดับสูงจะเป็นบททดสอบที่แตกต่างออกไป
Henry มองไปถึงเกมกับ Atletico Madrid ใน matchday ที่ 3 ว่าน่าจะเป็นหนึ่งในเกมที่ช่วยให้เห็นภาพศักยภาพของทีมได้ชัดเจนมากขึ้น
นอกจากนี้ เกมแมนเชสเตอร์ดาร์บีกับ Manchester City ในช่วงสุดสัปดาห์ก็อาจเป็นอีกหนึ่งบททดสอบสำคัญ
Carrick พอใจ แต่ย้ำเกมไม่ได้ง่ายอย่างสกอร์
Michael Carrick มีเหตุผลมากมายให้พอใจกับผลงานของทีม
แมนยูยิงได้ 4 ประตู รักษาคลีนชีต และเริ่มต้นการแข่งขันแชมเปียนส์ลีกด้วยสามคะแนนเต็ม
Carrick ชื่นชมฟุตบอลที่ทีมแสดงออกมา โดยเฉพาะจังหวะการเล่นเกมรุกและการเปลี่ยนจากรับเป็นรุก
“ดีใจที่รักษาคลีนชีตและแน่นอนว่าชนะเกมได้ ฟุตบอลบางช่วงที่เราเล่นนั้นดีมาก และอันตรายในจังหวะเปลี่ยนเกม” Carrick กล่าวกับ TNT Sports
อย่างไรก็ตาม เขาไม่เห็นด้วยหากจะบอกว่าเกมนี้เป็นงานง่ายเพียงเพราะสกอร์จบที่ 4-0
Carrick ยังกล่าวชื่นชม Sabah FK ที่สร้างความยากลำบากให้แมนยูในบางช่วงของเกม
“ผมต้องชื่นชมพวกเขามาก เพราะพวกเขาเป็นทีมที่รับมือได้ยาก”
เขายังยอมรับว่าสกอร์สุดท้ายดูเหมือนการแข่งขันจะขาดลอย แต่รูปเกมไม่ได้ง่ายตลอด 90 นาที
แมนยูต้องพิสูจน์ตัวเองในเกมใหญ่
ชัยชนะ 4-0 เหนือ Sabah FK ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ยอดเยี่ยมสำหรับ Manchester United แต่ยังไม่สามารถตอบคำถามทั้งหมดเกี่ยวกับศักยภาพของทีมในแชมเปียนส์ลีกได้
ความคิดเห็นของ Carragher สะท้อนว่าปีศาจแดงยังต้องพิสูจน์ตัวเองกับคู่แข่งระดับสูง ขณะที่ Henry ก็เลือกที่จะรอดูผลงานในเกมสำคัญก่อนตัดสินอนาคตของทีม
บททดสอบต่อไปจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง
เกมแมนเชสเตอร์ดาร์บีกับ Manchester City จะเป็นโอกาสแรกที่ทีมของ Carrick จะได้แสดงให้เห็นว่าพวกเขาพร้อมรับมือกับการแข่งขันระดับสูงแค่ไหน
จากนั้นการพบ Atletico Madrid ในแชมเปียนส์ลีกจะยิ่งช่วยวัดระดับของทีมได้ชัดเจนขึ้น
สำหรับตอนนี้ แมนยูได้ส่งสัญญาณที่ดีแล้ว แต่เส้นทางสู่รอบลึกของแชมเปียนส์ลีกยังเพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น