บาร์เซโลน่ากำลังเข้าใกล้การคว้าแชมป์ลาลีกาสเปนฤดูกาลนี้อย่างมาก แม้ผลงานในเวทียูฟ่า แชมเปียนส์ลีกจะจบลงด้วยความผิดหวัง แต่ในลีกสูงสุดของสเปน ทีมจากแคว้นกาตาลุญญายังคงรักษาความสม่ำเสมอได้อย่างยอดเยี่ยม ส่งผลให้พวกเขานำเป็นจ่าฝูงด้วยระยะห่างที่ค่อนข้างปลอดภัยเหนือคู่ปรับตลอดกาลอย่างเรอัลมาดริด
สถานการณ์ในตารางคะแนนปัจจุบันทำให้บาร์เซโลน่ามีโอกาสสูงที่จะปิดจ็อบคว้าแชมป์ได้ก่อนเกมเอลกลาซิโก้จะมาถึง ซึ่งหากเกิดขึ้นจริง บรรยากาศของเกมแห่งศักดิ์ศรีนี้จะยิ่งทวีความเข้มข้นและเต็มไปด้วยแรงกดดันมากขึ้นกว่าที่เคย
บาร์เซโลน่าคุมสถานการณ์ลุ้นแชมป์ลาลีกา
บาร์เซโลน่ามีคะแนนนำเรอัลมาดริดอยู่ 9 คะแนน โดยเหลือการแข่งขันอีก 7 นัดในฤดูกาลนี้ ความได้เปรียบดังกล่าวทำให้พวกเขาอยู่ในตำแหน่งที่ได้เปรียบอย่างชัดเจนในการลุ้นแชมป์ลาลีกา
หากสถานการณ์ยังเป็นไปตามนี้ และเรอัลมาดริดสะดุดทำแต้มหลุดมือเพิ่มเติม ขณะที่บาร์เซโลน่ายังคงเก็บชัยชนะได้ต่อเนื่อง ทีมของกุนซือชาบี เอร์นานเดซ อาจสามารถการันตีแชมป์ได้ก่อนถึงเกมเอลกลาซิโก้เดือนหน้า
เงื่อนไขสำคัญคือบาร์เซโลน่าจะต้องทิ้งห่างให้ได้อย่างน้อย 13 คะแนน เพื่อปิดโอกาสการไล่ล่าของมาดริดทั้งในแง่เฮดทูเฮดและผลต่างประตูได้เสีย ซึ่งจะทำให้พวกเขาคว้าแชมป์ทันทีโดยไม่ต้องรอผลการแข่งขันที่เหลือ
เอลกลาซิโก้ที่อาจกลายเป็นเกมแห่งพิธีการหรือศักดิ์ศรี
โปรแกรมเอลกลาซิโก้ถูกกำหนดให้แข่งขันในวันที่ 10 พฤษภาคม ที่สนามสปอติฟาย คัมป์ นู โดยเกมนี้อาจมีความหมายแตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง หากบาร์เซโลน่าคว้าแชมป์ไปก่อนหน้า
ในกรณีนั้น เกมดังกล่าวจะไม่ใช่เพียงการลุ้นแชมป์อีกต่อไป แต่จะกลายเป็นเวทีแห่งศักดิ์ศรีและการตอบโต้ทางอารมณ์ระหว่างสองสโมสรที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานที่สุดคู่หนึ่งของโลกฟุตบอล
สำหรับแฟนบอลทั่วโลก เอลกลาซิโก้ไม่เคยเป็นเพียงเกมฟุตบอลธรรมดา แต่เป็นสัญลักษณ์ของการแข่งขัน ความภาคภูมิใจ และอัตลักษณ์ของสองเมืองใหญ่ในสเปน
เรอัลมาดริดปฏิเสธพิธี Guard of Honour
รายงานจากสื่อสเปนระบุว่า เรอัลมาดริดมีจุดยืนชัดเจนว่าจะไม่ทำพิธี Guard of Honour หากบาร์เซโลน่าการันตีแชมป์ลาลีกาก่อนการพบกันในเอลกลาซิโก้
พิธี Guard of Honour เป็นธรรมเนียมในวงการฟุตบอลที่ใช้เพื่อแสดงความเคารพต่อทีมที่คว้าแชมป์ อย่างไรก็ตาม ในกรณีของสองคู่ปรับตลอดกาลนี้ การตัดสินใจดังกล่าวไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจนัก
เหตุผลสำคัญที่ถูกหยิบยกขึ้นมาคือกรณี “เนเกรร่า” ซึ่งยังคงเป็นประเด็นถกเถียงในวงการฟุตบอลสเปน โดยเรอัลมาดริดแสดงท่าทีตั้งคำถามต่อความโปร่งใสของระบบผู้ตัดสินในช่วงเวลาดังกล่าว และยังคงติดตามผลการสอบสวนอย่างใกล้ชิด
คดีดังกล่าวเกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหาเรื่องการจ่ายเงินที่บาร์เซโลนาเคยทำกับอดีตรองประธานคณะกรรมการผู้ตัดสินของสเปน โฆเซ่ มาเรีย เอนริเกซ เนเกรร่า แม้จนถึงปัจจุบันยังไม่มีคำตัดสินว่ามีความผิด แต่ประเด็นนี้ยังคงสร้างแรงกระเพื่อมในวงการลูกหนังสเปน
ความสัมพันธ์ระหว่างสองยักษ์ใหญ่ที่ตึงเครียดมากขึ้น
ความสัมพันธ์ระหว่างบาร์เซโลน่าและเรอัลมาดริดในช่วงหลังอยู่ในระดับที่ตึงเครียดมากขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งในและนอกสนาม ความขัดแย้งเชิงโครงสร้างและมุมมองต่อประเด็นต่าง ๆ ทำให้ช่องว่างระหว่างสองสโมสรยิ่งกว้างขึ้น
หากบาร์เซโลน่าคว้าแชมป์ก่อนเอลกลาซิโก้จริง การปฏิเสธพิธีให้เกียรติจากฝั่งมาดริดจะยิ่งเพิ่มแรงกดดันและอารมณ์ในเกมการแข่งขันให้รุนแรงยิ่งขึ้น
ในอีกด้านหนึ่ง บาร์เซโลน่ายังคงมุ่งเน้นไปที่ผลงานในสนามเป็นหลัก โดยหวังจะปิดฤดูกาลด้วยการคว้าแชมป์อย่างเป็นทางการโดยไม่สนเสียงวิจารณ์หรือดราม่าภายนอก ขณะที่เรอัลมาดริดยังคงเดินหน้าลุ้นในเชิงคณิตศาสตร์ตราบใดที่ยังมีโอกาส
บทสรุป: เอลกลาซิโก้ที่อาจเดือดที่สุดในรอบหลายปี
สถานการณ์ปัจจุบันทำให้ศึกเอลกลาซิโก้ที่กำลังจะมาถึงมีความน่าสนใจมากกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นการลุ้นแชมป์ลาลีกาของบาร์เซโลน่า หรือความพยายามไล่ตามของเรอัลมาดริด ทุกองค์ประกอบล้วนเพิ่มความเข้มข้นให้กับเกมนี้
หากบาร์เซโลน่าปิดจ็อบคว้าแชมป์ได้ก่อนวันแข่งขัน เกมที่คัมป์ นูอาจกลายเป็นมากกว่าฟุตบอล แต่เป็นสัญลักษณ์ของความขัดแย้งทางประวัติศาสตร์และศักดิ์ศรีของสองสโมสรยักษ์ใหญ่
ไม่ว่าผลลัพธ์จะออกมาอย่างไร เอลกลาซิโก้ครั้งนี้ถูกคาดหมายว่าจะเป็นหนึ่งในแมตช์ที่ถูกจับตามองมากที่สุดของฤดูกาล และอาจกลายเป็นบทใหม่ของความดุเดือดในวงการฟุตบอลสเปนอีกครั้ง