SBOTOP: เปาโล มัลดินี และเลโอนาร์โด ลาออกจาก FIGC วงการฟุตบอลอิตาลีเผชิญวิกฤตครั้งใหม่

SBOTOP: เปาโล มัลดินี และเลโอนาร์โด ลาออกจาก FIGC วงการฟุตบอลอิตาลีเผชิญวิกฤตครั้งใหม่

วงการฟุตบอลอิตาลีต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนครั้งใหญ่อีกระลอก เมื่อมีรายงานว่า เปาโล มัลดินี (Paolo Maldini) และ เลโอนาร์โด (Leonardo) ตัดสินใจลาออกจากตำแหน่ง ผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิคของสหพันธ์ฟุตบอลอิตาลี (FIGC) ทั้งที่เพิ่งเข้ารับตำแหน่งได้เพียง 16 วัน เท่านั้น

การลาออกอย่างกะทันหันของสองบุคคลระดับตำนานเกิดขึ้นในช่วงที่ FIGC กำลังเผชิญปัญหาในการแต่งตั้งหัวหน้าผู้ฝึกสอนคนใหม่ของ ทีมชาติอิตาลี ส่งผลให้แผนฟื้นฟูฟุตบอลอิตาลีที่ถูกวางไว้อย่างทะเยอทะยานต้องตกอยู่ในภาวะไร้ทิศทางอีกครั้ง

ความขัดแย้งเรื่องกุนซือคนใหม่ จุดเริ่มต้นของวิกฤต

รายงานจาก Sky Sport Italia ระบุว่า สาเหตุสำคัญที่ทำให้มัลดินีและเลโอนาร์โดตัดสินใจยุติบทบาทใน FIGC มาจากความเห็นที่ไม่ตรงกันเกี่ยวกับการเลือกเฮดโค้ชคนใหม่ของทัพ อัซซูร์รี

ก่อนหน้านี้ จิโอวานนี มาลาโก (Giovanni Malagò) ประธาน FIGC ได้จัดตั้งตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิคขึ้นเป็นครั้งแรก เพื่อยกระดับโครงสร้างฟุตบอลทีมชาติอิตาลีอย่างเป็นระบบ

มัลดินีได้รับมอบหมายให้ดูแลการเชื่อมโยงแนวทางพัฒนานักเตะตั้งแต่ระดับเยาวชน อะคาเดมี ไปจนถึงทีมชาติชุดใหญ่ โดยมีเป้าหมายสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งให้ฟุตบอลอิตาลีในระยะยาว

อย่างไรก็ตาม โครงการดังกล่าวกลับสะดุดตั้งแต่เริ่มต้น เมื่อการสรรหากุนซือคนใหม่ไม่เป็นไปตามแผนที่วางไว้

อันเชล็อตติ และ กวาร์ดิโอลา ปฏิเสธรับงานคุมอิตาลี

ตามรายงานของสื่ออิตาลี FIGC ได้ติดต่อ คาร์โล อันเชล็อตติ และ เป๊ป กวาร์ดิโอลา ให้เข้ามารับตำแหน่งหัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติอิตาลีเป็นลำดับแรก

อย่างไรก็ตาม ทั้งสองกุนซือระดับโลกต่างปฏิเสธข้อเสนอ ทำให้สหพันธ์ต้องมองหาทางเลือกอื่นอย่างเร่งด่วน

หลังจากนั้นชื่อของ อันเดรีย ปิร์โล ถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นตัวเลือกที่ได้รับการสนับสนุนจากหลายฝ่าย เนื่องจากประสบการณ์ในฐานะอดีตตำนานทีมชาติอิตาลี รวมถึงภาพลักษณ์ที่ได้รับการยอมรับในวงการฟุตบอล

ปิร์โลหมดสิทธิ์ หลังเกิดประเด็นบริษัทพนัน

แม้ปิร์โลจะเป็นหนึ่งในตัวเต็ง แต่โอกาสของเขากลับจบลงอย่างรวดเร็ว เมื่อมีการเปิดเผยว่าเจ้าตัวดำรงตำแหน่ง แบรนด์แอมบาสเดอร์ระดับโลกของ Fonbet บริษัทรับพนันจากรัสเซีย

ประเด็นดังกล่าวสร้างเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก เพราะไม่ใช่เพียงเรื่องภาพลักษณ์เท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับข้อบังคับของประเทศอิตาลีที่มีข้อจำกัดเกี่ยวกับการโฆษณาและการส่งเสริมธุรกิจการพนัน

ท้ายที่สุด FIGC จึงตัดสินใจไม่เดินหน้าแต่งตั้งปิร์โล แม้ว่าจะมีผู้สนับสนุนภายในองค์กรอยู่ไม่น้อยก็ตาม

ความเห็นไม่ตรงกัน นำไปสู่การลาออกของมัลดินีและเลโอนาร์โด

Sky Sport Italia ระบุเพิ่มเติมว่า จิโอวานนี มาลาโก ไม่เห็นด้วยกับแนวคิดในการแต่งตั้งอันเดรีย ปิร์โล ขณะที่มัลดินีและเลโอนาร์โดยังคงสนับสนุนอดีตกองกลางรายนี้

ความขัดแย้งดังกล่าวค่อย ๆ ลุกลามกลายเป็นปัญหาภายในองค์กร โดยเฉพาะเมื่อ FIGC ยังไม่สามารถหาข้อสรุปเกี่ยวกับผู้จัดการทีมคนใหม่ได้

เมื่อการทำงานร่วมกันเริ่มไม่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน สองอดีตแข้งระดับตำนานจึงตัดสินใจลาออกจากตำแหน่ง แม้ว่าจะเพิ่งได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม หลังผ่านการเจรจาและวางแผนโครงการฟื้นฟูฟุตบอลอิตาลีมาเป็นเวลานาน

การสิ้นสุดบทบาทภายในเวลาเพียง 16 วัน ถือเป็นเหตุการณ์ที่ไม่มีใครคาดคิด และสะท้อนถึงความวุ่นวายภายใน FIGC ได้อย่างชัดเจน

จอร์โจ คิเอลลินี มีลุ้นรับตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิค

หลังการอำลาของมัลดินีและเลโอนาร์โด มีรายงานว่า FIGC จะเร่งแต่งตั้งหัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติอิตาลีให้แล้วเสร็จก่อน จากนั้นจึงค่อยสรรหาผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิคคนใหม่

หนึ่งในชื่อที่ถูกจับตามองมากที่สุดคือ จอร์โจ คิเอลลินี (Giorgio Chiellini) อดีตกัปตันทีมชาติอิตาลีและปัจจุบันดำรงตำแหน่งผู้บริหารของยูเวนตุส

หลายฝ่ายเชื่อว่าประสบการณ์ ความเป็นผู้นำ และความเข้าใจในโครงสร้างฟุตบอลอิตาลีของคิเอลลินี อาจช่วยพาโครงการพัฒนาทีมชาติกลับมาเดินหน้าได้อีกครั้ง

โรแบร์โต มันชินี อาจหวนคืนคุมทัพอัซซูร์รี

ในส่วนของตำแหน่งหัวหน้าผู้ฝึกสอน โรแบร์โต มันชินี (Roberto Mancini) กลายเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ได้รับการพูดถึงมากที่สุด

มันชินีเคยคุมทีมชาติอิตาลีระหว่างปี 2018-2023 และพาทีมคว้าแชมป์ UEFA EURO 2020 พร้อมสร้างผลงานที่ได้รับการยอมรับจากแฟนบอลทั่วประเทศ

หากการกลับมาครั้งนี้เกิดขึ้นจริง มันชินีจะต้องเผชิญภารกิจสำคัญในการฟื้นฟูทีมชาติอิตาลีให้กลับมาเป็นมหาอำนาจของวงการฟุตบอลโลกอีกครั้ง หลังจากที่ FIGC กำลังเผชิญทั้งปัญหาด้านโครงสร้างและความไม่ลงรอยภายในองค์กร

การลาออกของ เปาโล มัลดินี และ เลโอนาร์โด จึงไม่เพียงเป็นการสูญเสียบุคลากรระดับตำนานเท่านั้น แต่ยังสะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายครั้งใหญ่ที่ FIGC ต้องเร่งแก้ไข หากต้องการนำทีมชาติอิตาลีกลับคืนสู่เส้นทางแห่งความสำเร็จในอนาคต.

อ่านด้วย :