เชลซี เดินหน้าเสริมความแข็งแกร่งให้กับทีมอย่างต่อเนื่องในตลาดซื้อขายนักเตะช่วงซัมเมอร์ โดยล่าสุดพวกเขาปิดดีลคว้าตัว มักซ็องซ์ ลาครัวซ์ (Maxence Lacroix) ปราการหลังทีมชาติฝรั่งเศสจาก คริสตัล พาเลซ ได้สำเร็จ
แนวรับวัย 26 ปี ย้ายเข้าสู่ถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ด้วยค่าตัวประมาณ 52 ล้านปอนด์ (ราว 1.25 ล้านล้านรูเปียห์) ซึ่งถือเป็นการลงทุนครั้งสำคัญของสโมสรในการสร้างแนวรับชุดใหม่ภายใต้การคุมทีมของ ชาบี อลอนโซ
เชลซีเชื่อมั่นว่าประสบการณ์ ความแข็งแกร่ง และคุณภาพของลาครัวซ์ จะเข้ามาช่วยยกระดับเกมรับที่ยังขาดความสม่ำเสมอในช่วงหลายฤดูกาลที่ผ่านมา
มักซ็องซ์ ลาครัวซ์ เติมเต็มจุดอ่อนในแนวรับของเชลซี
ตลอดช่วงที่ผ่านมา เชลซีประสบปัญหาในตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็ก เนื่องจากผู้เล่นหลายคนไม่สามารถรักษาฟอร์มการเล่นได้อย่างต่อเนื่อง
แม้ เลวี่ โคลวิลล์ จะได้รับความไว้วางใจให้เป็นตัวหลักของทีม แต่ตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็กอีกหนึ่งตำแหน่งยังไม่มีใครสามารถยึดครองได้อย่างถาวร ส่งผลให้ชาบี อลอนโซต้องการนักเตะที่มีคุณสมบัติครบถ้วนเข้ามาเพิ่มความมั่นคง
ลาครัวซ์เป็นกองหลังที่โดดเด่นในเรื่องการเข้าปะทะ การเล่นลูกกลางอากาศ การอ่านเกม และการครองบอลภายใต้ความกดดัน นอกจากนี้ยังสามารถเริ่มต้นเกมรุกจากแนวหลังได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นคุณสมบัติสำคัญในระบบการเล่นของกุนซือชาวสเปน
ประสบการณ์จากคริสตัล พาเลซ สร้างชื่อให้ลาครัวซ์
ก่อนย้ายมาเชลซี ลาครัวซ์ใช้เวลาสองฤดูกาลกับคริสตัล พาเลซ และกลายเป็นกำลังสำคัญของทีมอย่างรวดเร็ว
เขามีบทบาทสำคัญในการพาทีมคว้าแชมป์ เอฟเอ คัพ และ ยูฟ่า คอนเฟอเรนซ์ ลีก พร้อมโชว์ฟอร์มที่โดดเด่นทั้งในพรีเมียร์ลีกและฟุตบอลยุโรป
ผลงานที่ยอดเยี่ยมทำให้หลายสโมสรชั้นนำของยุโรปจับตามอง แต่สุดท้ายเป็นเชลซีที่สามารถปิดดีลคว้าตัวกองหลังชาวฝรั่งเศสได้สำเร็จ
เชลซีหวังสร้างคู่หูแนวรับยุคใหม่
หนึ่งในแผนสำคัญของชาบี อลอนโซ คือการจับคู่ มักซ็องซ์ ลาครัวซ์ กับ เลวี่ โคลวิลล์ เพื่อสร้างแนวรับชุดใหม่ที่แข็งแกร่งสำหรับอนาคต
ลาครัวซ์ไม่ได้มีเพียงความสามารถด้านเกมรับเท่านั้น แต่ยังได้รับการยกย่องในเรื่องความเป็นผู้นำและความนิ่งในสถานการณ์กดดัน ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่เชลซีต้องการอย่างมาก
หากทั้งสองสามารถประสานงานกันได้อย่างลงตัว พวกเขาอาจกลายเป็นคู่เซ็นเตอร์แบ็กตัวหลักของทีมไปอีกหลายฤดูกาล
คริสตัล พาเลซ ทำกำไรจากการขายครั้งนี้
สำหรับคริสตัล พาเลซ การปล่อยตัวลาครัวซ์ถือเป็นดีลที่สร้างผลกำไรอย่างมหาศาล
สโมสรลงทุนเพียง 18 ล้านปอนด์ ในการดึงตัวเขามาจาก โวล์ฟสบวร์ก เมื่อไม่ถึงสองปีก่อน แต่สามารถขายต่อให้เชลซีด้วยค่าตัวสูงถึง 52 ล้านปอนด์
กำไรจากการซื้อขายครั้งนี้จะช่วยให้พาเลซมีความยืดหยุ่นทางการเงินมากขึ้น หลังจากก่อนหน้านี้ทุ่มงบประมาณจำนวนมากในการคว้าตัว เบรนแนน จอห์นสัน และ ยอร์เกน สแตรนด์ ลาร์เซน เพื่อเสริมความแข็งแกร่งของทีม
ลาครัวซ์พร้อมพิสูจน์ตัวเองในทีมลุ้นแชมป์
การย้ายมาร่วมทีมเชลซีถือเป็นอีกก้าวสำคัญในอาชีพของมักซ็องซ์ ลาครัวซ์
ที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ เขาจะมีโอกาสลงเล่นอย่างต่อเนื่องกับสโมสรที่ตั้งเป้ากลับมาลุ้นแชมป์ทั้งในพรีเมียร์ลีกและเวทียุโรป
แม้ว่าทีมจะยังมีตัวเลือกในตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็กอย่าง เวสลีย์ โฟฟานา, เทรโวห์ ชาโลบาห์, อักเซล ดิซาซี, เบอนัวต์ บาเดียชิล, โทซิน อดาราบิโอโย และ มามาดู ซาร์ แต่การแข่งขันภายในทีมยังเปิดกว้างสำหรับทุกคน
ด้วยสไตล์การเล่นที่เข้ากับระบบของชาบี อลอนโซ ลาครัวซ์มีโอกาสสูงที่จะยึดตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็กฝั่งขวาตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นฤดูกาล
หากสามารถรักษามาตรฐานการเล่นเหมือนที่ทำได้กับคริสตัล พาเลซ แนวรับชาวฝรั่งเศสรายนี้อาจกลายเป็นหนึ่งในนักเตะคนสำคัญที่ช่วยให้เชลซีกลับมาท้าชิงความสำเร็จทั้งในอังกฤษและเวทียุโรปได้อีกครั้ง.