SBOTOP: เชลซีเจอบททดสอบเดือดในแชมเปียนส์ลีก: ดวลนาโปลี นัดชี้ชะตา พร้อมฉากหลังแค้นเก่า

SBOTOP: เชลซีเจอบททดสอบเดือดในแชมเปียนส์ลีก: ดวลนาโปลี นัดชี้ชะตา พร้อมฉากหลังแค้นเก่า

แม้ว่า เชลซี จะเฉือนเอาชนะ ปาฟอส เอฟซี ไปได้แบบหวุดหวิด 1-0 ที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ แต่ชัยชนะดังกล่าวยังไม่เพียงพอที่จะทำให้เส้นทางของพวกเขาในศึก ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ปลอดภัยอย่างแท้จริง

สามแต้มที่ได้ช่วยให้ “สิงห์บลูส์” ยังมีลุ้นจบใน 8 อันดับแรกของรอบลีกเฟส ทว่าทุกอย่างจะถูกตัดสินในเกมสุดท้ายของรอบนี้ ซึ่งเป็นงานหินสุด ๆ เมื่อพวกเขาต้องบุกไปเยือน นาโปลี ถึงถิ่น สตาดิโอ ดิเอโก อาร์มันโด มาราโดนา

แมตช์นี้ไม่ได้เป็นเพียงการแย่งตั๋วเข้าสู่รอบน็อกเอาต์เท่านั้น แต่ยังอัดแน่นไปด้วยเรื่องราวในอดีต ตัวละครเก่า และแรงกดดันมหาศาล ที่ทำให้บรรยากาศในเมืองเนเปิลส์ร้อนแรงยิ่งกว่าที่ตัวเลขบนตารางคะแนนจะสะท้อนออกมา

สถานการณ์บนตารางคะแนนที่กดดันทั้งสองฝ่าย

เชลซีจะเดินทางไปอิตาลีด้วยสถานะที่เปราะบาง พวกเขารั้งอันดับ 8 มี 13 คะแนนเท่ากับอีกถึง 7 ทีม ไล่ตั้งแต่ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ไปจนถึง อตาลันตา ทำให้ความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยอาจส่งผลร้ายแรงต่อการจัดอันดับสุดท้าย

ผลงานในบ้านของเชลซีในรอบลีกเฟสถือว่ายอดเยี่ยม แต่ปัญหาใหญ่กลับอยู่ที่ เกมเยือน จาก 3 นัดนอกบ้าน พวกเขาเก็บได้เพียงแต้มเดียว จากผลเสมอ 2-2 กับ คาราบัก ซึ่งเป็นผลงานที่น่าผิดหวังอย่างยิ่ง

ฝั่งนาโปลีเองก็ไม่ได้อยู่ในสถานการณ์ที่สบายกว่า แชมป์เก่าเซเรีย อา หล่นไปอยู่ถึงอันดับ 25 และอย่างน้อยต้องการ 1 คะแนนจากเกมนี้ เพื่อการันตีการผ่านเข้าสู่รอบเพลย์ออฟในเดือนกุมภาพันธ์ พร้อมหลีกเลี่ยงการตกรอบตั้งแต่เนิ่น ๆ ในเวทีแชมเปียนส์ลีก

ความทรงจำเก่าแก่ระหว่างเชลซีและนาโปลี

แม้เชลซีและนาโปลีจะไม่ได้โคจรมาพบกันบ่อยครั้งในเวทียุโรป แต่การพบกันเพียงครั้งเดียวในอดีตกลับทิ้งร่องรอยลึกในความทรงจำของแฟนบอล

ในเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2012 เชลซีบุกมาเยือนสนามซาน เปาโล (ชื่อเดิมของสนามมาราโดนา) และพ่ายแพ้ 1-3 ในเลกแรกของรอบ 16 ทีมสุดท้าย ภายใต้การคุมทีมของ อังเดร วิลาส-โบอาส

หากไม่ใช่เพราะการสกัดบอลบนเส้นประตูของ แอชลีย์ โคล เชลซีอาจเสียประตูมากกว่านั้น และความพ่ายแพ้ดังกล่าวถูกมองว่าเป็นจุดเริ่มต้นของจุดจบในรายการนี้

แต่เรื่องราวกลับพลิกผันอย่างเหลือเชื่อ เมื่อสามสัปดาห์ต่อมา เชลซีที่เปลี่ยนกุนซือมาเป็น โรแบร์โต ดิ มัตเตโอ พลิกชนะ 4-1 ในเลกสอง ก่อนจะเดินหน้าคว้าแชมป์แชมเปียนส์ลีกสมัยแรกในประวัติศาสตร์สโมสร

คราวนี้ ด้วยแรงกดดันมหาศาลที่นาโปลีแบกรับ บรรยากาศในเนเปิลส์ถูกคาดหมายว่าจะดุดันยิ่งกว่าครั้งนั้นเมื่อเกือบ 14 ปีก่อน

อันโตนิโอ คอนเต้ กับไฟแค้นที่ยังไม่มอด

อันโตนิโอ คอนเต้ ไม่ได้เป็นเพียงกุนซือนาโปลีในเกมนี้ แต่ยังเป็นอดีตผู้จัดการทีมที่เคยพาเชลซีคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2016/17 และเอฟเอ คัพ ในปีถัดมา ก่อนที่ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองฝ่ายจะจบลงอย่างไม่สวยงาม

กุนซือชาวอิตาเลียนเคยฟ้องร้องเชลซีในข้อหาปลดเขาออกจากตำแหน่งอย่างไม่เป็นธรรมในยุคของ โรมัน อับราโมวิช แม้โครงสร้างเจ้าของสโมสรจะเปลี่ยนไปแล้ว แต่ยากที่จะเชื่อว่า คอนเต้จะลงสนามในเกมนี้โดยไม่มีแรงกระตุ้นพิเศษ

ภายใต้แรงกดดันมหาศาลในการพานาโปลีอยู่รอดในแชมเปียนส์ลีก เกมนี้จึงอาจเป็นเวทีพิสูจน์ตัวเองของคอนเต้ ทั้งในฐานะโค้ช และในฐานะอดีตคนของเชลซี

ลูกากู บาดแผลเก่า และความสัมพันธ์ที่ยังไม่สมาน

อีกหนึ่งชื่อที่เชื่อมโยงทั้งสองทีมด้วยอารมณ์อันซับซ้อนคือ โรเมลู ลูกากู กองหน้าชาวเบลเยียมที่เพิ่งฟื้นตัวจากอาการบาดเจ็บต้นขา และเพิ่งมีชื่อบนม้านั่งสำรองในเกมเสมอ โคเปนเฮเกน 1-1

สำหรับเชลซี ลูกากูถูกจดจำในฐานะหนึ่งในการเซ็นสัญญาที่น่าผิดหวังที่สุด เขาไม่สามารถยิงประตูได้เลยจาก 15 นัดในช่วงแรก ก่อนจะกลับมาในปี 2021 ด้วยค่าตัวสถิติสโมสร แต่ทำได้เพียง 15 ประตูจาก 44 นัด

สิ่งที่สร้างรอยร้าวหนักที่สุดไม่ใช่แค่ผลงานในสนาม แต่เป็นบทสัมภาษณ์โดยไม่ได้รับอนุญาตกับ Sky Italia ในฤดูกาล 2021/22 ที่ลูกากูวิจารณ์แท็กติกของ โธมัส ทูเคิล และยอมรับว่าอยากกลับไปเล่นให้ อินเตอร์ มิลาน

ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองฝ่ายไม่เคยฟื้นคืนเต็มที่ จนกระทั่งเชลซีตัดสินใจขายเขาให้กับนาโปลีในเดือนสิงหาคม 2024 ด้วยค่าตัวเริ่มต้นราว 30 ล้านยูโร

ภารกิจสุดหินของสิงห์บลูส์

เชลซีตระหนักดีว่าพวกเขาอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก แม้กระทั่งชัยชนะในเนเปิลส์ก็อาจยังไม่เพียงพอสำหรับการจบใน 8 อันดับแรก เนื่องจาก ผลต่างประตูได้เสีย อาจกลายเป็นตัวตัดสินชะตาในท้ายที่สุด

กุนซือใหญ่ของเชลซี เลียม โรซีเนียร์ พยายามลดแรงกดดันก่อนเกม โดยกล่าวว่า

“สโมสรแห่งนี้ไม่เคยหวั่นเกรงต่อเกมใหญ่หรือความท้าทายใด ๆ”

คำพูดนั้นอาจเป็นการปลุกขวัญกำลังใจ แต่สิ่งที่รออยู่ในค่ำคืนแห่งชะตากรรมที่เนเปิลส์ จะเป็นบททดสอบที่แท้จริงของเชลซีในยุคใหม่นี้

อ่านด้วย :