เชลซี ตัดสินใจครั้งสำคัญเกี่ยวกับหนึ่งในผู้เล่นตัวหลักของทีมอย่าง เอ็นโซ เฟร์นานเดซ โดยกองกลางทีมชาติอาร์เจนตินาจะไม่มีชื่อในทีมสำหรับสองเกมสำคัญที่กำลังจะมาถึง ทั้งศึกเอฟเอ คัพ กับ Port Vale และเกมพรีเมียร์ลีกที่ต้องพบกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้
การตัดสินใจดังกล่าวได้รับการยืนยันโดยเฮดโค้ชคนปัจจุบันของทีมอย่าง เลียม โรเซเนียร์ ในงานแถลงข่าวเมื่อวันที่ 3 เมษายน 2026 โดยเขาเผยว่าการตัดชื่อเอ็นโซออกจากทีมเป็นผลมาจากการพิจารณาถึงพฤติกรรมและคำให้สัมภาษณ์บางอย่างที่ไม่สอดคล้องกับแนวทางและวัฒนธรรมที่สโมสรต้องการสร้าง
เอ็นโซพลาดสองเกมใหญ่ กระทบแผนเชลซี
การไม่มีเอ็นโซ เฟร์นานเดซ ส่งผลโดยตรงต่อแผนการของเชลซี โดยเขาจะพลาดลงสนามในเกมรอบก่อนรองชนะเลิศเอฟเอ คัพ รวมถึงเกมลีกสุดหนักกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในวันที่ 12 เมษายน ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาสำคัญของทีมในการลุ้นพื้นที่ยุโรป
โรเซเนียร์เปิดเผยว่าเขาได้พูดคุยกับนักเตะเป็นการส่วนตัวก่อนจะมีการตัดสินใจ
“ผมเพิ่งคุยกับเอ็นโซไปเมื่อประมาณหนึ่งชั่วโมงก่อนหน้านี้ และในฐานะสโมสร เราได้ร่วมกันพิจารณาและตัดสินใจในเรื่องนี้” กุนซือเชลซีกล่าว
เหตุผลเบื้องหลัง: คำพูดที่เกินขอบเขต
โรเซเนียร์อธิบายเพิ่มเติมว่าการลงโทษครั้งนี้เกี่ยวข้องกับคำสัมภาษณ์ของเอ็นโซในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งถูกมองว่าเกินขอบเขตที่สโมสรยอมรับได้
“สำหรับเอ็นโซ มันเป็นเรื่องน่าผิดหวัง เพราะการสื่อสารในลักษณะนั้นไม่เหมาะสม” เขากล่าว
“ผมไม่มีปัญหาอะไรกับตัวเขาในฐานะบุคคล แต่มีบางเส้นที่ถูกข้ามไป ซึ่งเกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมทีมและสิ่งที่เรากำลังพยายามสร้าง”
จุดเริ่มต้นของปัญหา หลังพ่าย PSG
ต้นตอของเรื่องทั้งหมดเริ่มขึ้นหลังจากที่เชลซีพ่ายแพ้อย่างหนักต่อ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ในศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก โดยหลังจบเกม เอ็นโซได้ให้สัมภาษณ์ที่สร้างความคลุมเครือเกี่ยวกับอนาคตของเขาในถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์
เมื่อถูกถามเกี่ยวกับการอยู่กับทีมต่อไปหรือไม่ เขาตอบอย่างไม่ชัดเจนว่า
“ผมยังไม่รู้ ตอนนี้ยังมีอีก 8 เกมในลีก รวมถึงเอฟเอ คัพ และฟุตบอลโลก เราคงต้องรอดูกันต่อไป”
คำตอบดังกล่าวทำให้เกิดกระแสข่าวลือเกี่ยวกับอนาคตของเขาทันที
ความไม่พอใจต่อการเปลี่ยนแปลงโค้ช
นอกจากนี้ เอ็นโซยังแสดงความผิดหวังต่อการที่สโมสรตัดสินใจแยกทางกับอดีตเฮดโค้ชอย่าง เอ็นโซ มาเรสก้า ซึ่งเขามองว่าเป็นคนสำคัญในการวางโครงสร้างทีม
“มันเป็นเรื่องที่ยากมากสำหรับเรา เพราะเขาเป็นคนที่มอบตัวตนและระบบการเล่นให้กับทีม” เอ็นโซกล่าว
เชลซีได้แต่งตั้ง โรเซเนียร์ เข้ามาคุมทีมแทนตั้งแต่เดือนมกราคม หลังจากผลงานของทีมตกต่ำอย่างต่อเนื่อง
สถานการณ์ทีมตึงเครียด ผลงานดิ่งลง
ในช่วงหลัง เชลซีต้องเผชิญกับฟอร์มที่น่าผิดหวัง โดยแพ้ติดต่อกันถึง 4 นัดในทุกรายการ รวมถึงเกมลีกกับนิวคาสเซิล ยูไนเต็ด และเอฟเวอร์ตัน
โรเซเนียร์เองก็ยอมรับว่าบรรยากาศภายในทีมได้รับผลกระทบอย่างหนัก โดยเฉพาะหลังการตกรอบแชมเปียนส์ลีก
“ช่วง 10 วันที่ผ่านมาเป็นช่วงเวลาที่ยากที่สุดในชีวิตการทำงานของผม ไม่ว่าจะในฐานะนักเตะหรือโค้ช” เขายอมรับ
ยังไม่ใช่จุดจบของเอ็นโซที่เชลซี
แม้จะมีการลงโทษอย่างชัดเจน แต่โรเซเนียร์ยืนยันว่าเหตุการณ์นี้ไม่ได้หมายความว่าเส้นทางของเอ็นโซกับเชลซีจะสิ้นสุดลง
ในความเป็นจริง กองกลางวัย 25 ปียังคงเป็นกำลังสำคัญของทีม และก่อนหน้านี้ยังได้รับความไว้วางใจให้สวมปลอกแขนกัปตันทีมในเกมที่พบกับเอฟเวอร์ตันอีกด้วย
ปัจจุบัน เชลซีรั้งอันดับ 6 ของตารางพรีเมียร์ลีก และยังมีโอกาสลุ้นคว้าตั๋วไปเล่นฟุตบอลยุโรปในฤดูกาลหน้า หากสามารถกลับมาทำผลงานได้อย่างสม่ำเสมอ