SBOTOP: อีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้ ลิโอเนล เมสซี คือ GOAT ตัวจริง

SBOTOP: อีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้ ลิโอเนล เมสซี คือ GOAT ตัวจริง

ลิโอเนล เมสซี ยังคงพิสูจน์ให้โลกฟุตบอลเห็นอีกครั้งว่าเหตุใดเขาจึงได้รับการยกย่องให้เป็น GOAT (Greatest of All Time) หลังพาทีมชาติอาร์เจนตินาพลิกเอาชนะทีมชาติอังกฤษ 2-1 ในศึกฟุตบอลโลก 2026 รอบรองชนะเลิศ พร้อมพา “ฟ้าขาว” ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศได้เป็นสมัยที่สองติดต่อกัน

เกมที่สนามเมอร์เซเดส-เบนซ์ สเตเดียม เมืองแอตแลนตา เต็มไปด้วยความเข้มข้นตั้งแต่ต้นจนจบ โดยอังกฤษเป็นฝ่ายออกนำก่อนจากประตูของ แอนโธนี กอร์ดอน ในนาทีที่ 55 จากการแอสซิสต์ของ มอร์แกน โรเจอร์ส

อย่างไรก็ตาม แชมป์เก่าอย่างอาร์เจนตินาแสดงให้เห็นถึงหัวจิตหัวใจของทีมระดับแชมป์โลก เมื่อไล่ตีเสมอจาก เอ็นโซ เฟร์นานเดซ ในนาทีที่ 85 ก่อนที่ เลาตาโร มาร์ติเนซ จะโหม่งประตูชัยในช่วงทดเวลาบาดเจ็บนาที 90+2 ส่งให้ทัพ “อัลบิเซเลสเต” พลิกสถานการณ์คว้าชัยอย่างสุดดราม่า

เมสซี ผู้เปลี่ยนเกมด้วยสองแอสซิสต์สำคัญ

แม้จะไม่มีชื่อเป็นผู้ทำประตู แต่ ลิโอเนล เมสซี คือผู้เล่นที่สร้างความแตกต่างมากที่สุดในเกมนี้

ดาวเตะวัย 39 ปี เป็นคนจ่ายบอลให้ทั้งสองประตูของอาร์เจนตินา ไม่ว่าจะเป็นจังหวะผ่านบอลอันเฉียบคมให้ เอ็นโซ เฟร์นานเดซ ยิงตีเสมอ หรือการเปิดบอลอย่างแม่นยำให้ เลาตาโร มาร์ติเนซ โหม่งประตูชัยในช่วงท้ายเกม

สองแอสซิสต์ดังกล่าวไม่เพียงช่วยให้อาร์เจนตินาเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศเท่านั้น แต่ยังเป็นอีกหนึ่งหลักฐานที่สะท้อนว่า เมสซี ยังคงสามารถตัดสินเกมใหญ่ได้ แม้อายุจะเข้าใกล้เลข 40 แล้วก็ตาม

ตลอดทั้งเกม กัปตันทีมชาติอาร์เจนตินาแสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ การจ่ายบอล และการอ่านเกมในระดับที่ผู้เล่นไม่กี่คนบนโลกจะทำได้ ซึ่งกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้แนวรับของอังกฤษต้องเผชิญปัญหาตลอดช่วงท้ายของการแข่งขัน

อายุ 39 ปี แต่ยังเป็นหัวใจสำคัญของอาร์เจนตินา

ย้อนกลับไปเมื่อฟุตบอลโลก 2022 หลายคนเชื่อว่า เมสซี ได้ปิดฉากเส้นทางในเวทีฟุตบอลโลกอย่างสมบูรณ์แบบ หลังพาอาร์เจนตินาคว้าแชมป์โลกได้สำเร็จในวัย 35 ปี

ก่อนหน้านั้น หลังฟุตบอลโลก 2018 ก็มีเสียงวิจารณ์ไม่น้อยที่มองว่าเขาอาจไม่มีวันคว้าแชมป์โลก และอาจอำลาทีมชาติโดยไร้ถ้วยใบสำคัญที่สุดของวงการฟุตบอล

แต่ซูเปอร์สตาร์จากอาร์เจนตินากลับเลือกเขียนประวัติศาสตร์บทใหม่

ในวัย 39 ปี เมสซี ไม่เพียงยังติดทีมชาติ แต่ยังคงเป็นศูนย์กลางของเกมรุก และนำพาอาร์เจนตินาเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศฟุตบอลโลกได้อีกครั้ง ซึ่งถือเป็นการเข้าชิงสองสมัยติดต่อกัน

ผลงานของเขาในฟุตบอลโลก 2026 ก็ยอดเยี่ยมไม่แพ้ครั้งก่อน โดยหลังจบรอบรองชนะเลิศ เมสซีทำไปแล้ว 8 ประตู และ 4 แอสซิสต์ ทำให้เขาเป็นหนึ่งในดาวซัลโวสูงสุดของทัวร์นาเมนต์ รวมถึงติดอันดับผู้เล่นที่ทำแอสซิสต์มากที่สุดของการแข่งขัน

นัดชิงกับสเปน โอกาสสร้างตำนานบทใหม่

หลังผ่านอังกฤษมาได้ อาร์เจนตินาจะเข้าไปพบกับทีมชาติสเปนในรอบชิงชนะเลิศที่รัฐนิวเจอร์ซีย์

เกมนี้มีความหมายเป็นพิเศษสำหรับ เมสซี เพราะสเปนคือประเทศที่เขาใช้เวลาส่วนใหญ่ของอาชีพค้าแข้งกับ บาร์เซโลนา สโมสรที่ทำให้เขากลายเป็นหนึ่งในนักเตะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล

หากอาร์เจนตินาสามารถป้องกันแชมป์โลกได้สำเร็จ เมสซีจะกลายเป็นหนึ่งในผู้เล่นไม่กี่คนในประวัติศาสตร์ที่คว้าแชมป์ฟุตบอลโลกสองสมัยติดต่อกัน และจะยิ่งตอกย้ำสถานะของเขาในฐานะนักฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล

ลิโอเนล สกาโลนี: เมสซี ไม่จำเป็นต้องพิสูจน์อะไรอีกแล้ว

หลังจบเกม ลิโอเนล สกาโลนี กุนซือทีมชาติอาร์เจนตินา กล่าวชื่นชมลูกทีมคนสำคัญ พร้อมยืนยันว่า เมสซี ไม่เหลือสิ่งใดให้ต้องพิสูจน์กับวงการฟุตบอลอีกต่อไป

“เขาคือนักเตะที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ ผมไม่รู้จริง ๆ ว่าเขาจะต้องทำอะไรอีกเพื่อพิสูจน์เรื่องนี้ คนสเปนส่วนใหญ่เองก็รักเขา”

คำกล่าวของ สกาโลนี สะท้อนให้เห็นถึงอิทธิพลของเมสซีที่ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงในอาร์เจนตินา แต่ยังได้รับการยอมรับจากแฟนฟุตบอลทั่วโลก

Micah Richards: ความแตกต่างของเกมนี้คือการมี เมสซี

ไม่เพียงฝั่งอาร์เจนตินาเท่านั้นที่ยกย่อง เมสซี แต่ Micah Richards อดีตกองหลังทีมชาติอังกฤษ และนักวิเคราะห์ของ BBC ก็เห็นตรงกันว่า ซูเปอร์สตาร์หมายเลข 10 คือปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกมพลิกผัน

ริชาร์ดส์กล่าวว่า

“อาร์เจนตินามี ลิโอเนล เมสซี พวกเขามี GOAT นักฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล เขาคือคนที่สร้างความแตกต่างในช่วงเวลาสำคัญ”

“เราคิดว่าคนที่จะตัดสินเกมอาจเป็น จูด เบลลิงแฮม หรือ แฮร์รี เคน แต่สุดท้าย เมสซี ต่างหากที่แสดงให้เห็นว่าทำไมเขาถึงยังเป็นราชาของวงการฟุตบอล”

GOAT ที่ยังคงสร้างประวัติศาสตร์อย่างไม่หยุดยั้ง

ทุกครั้งที่หลายคนคิดว่า ลิโอเนล เมสซี เดินมาถึงบทสุดท้ายของอาชีพ เขากลับสร้างผลงานที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิมเสมอ

จากการคว้าแชมป์โลกในปี 2022 สู่การพาอาร์เจนตินาเข้าชิงฟุตบอลโลก 2026 พร้อมผลงานระดับสุดยอดทั้งการทำประตูและแอสซิสต์ เมสซียังคงเป็นผู้เล่นที่สามารถตัดสินเกมในช่วงเวลาสำคัญได้อย่างต่อเนื่อง

และหากเขาสามารถพาอาร์เจนตินาคว้าแชมป์โลกอีกครั้งเหนือสเปน ชื่อของ ลิโอเนล เมสซี อาจไม่ใช่เพียงแค่หนึ่งในนักเตะที่ยิ่งใหญ่ที่สุด แต่จะกลายเป็นมาตรฐานที่ยากจะมีใครก้าวขึ้นมาเทียบได้ในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลก.

อ่านด้วย :