ทีมชาติอิตาลีเกือบได้กุนซือระดับตำนานกลับมาคุมทีมอีกครั้ง ก่อนที่ชื่อของ เป๊ป กวาร์ดิโอลา จะกลายเป็นข่าวใหญ่ในเวลาต่อมา รายงานล่าสุดเปิดเผยว่า คาร์โล อันเชล็อตติ คือเป้าหมายอันดับหนึ่งของสหพันธ์ฟุตบอลอิตาลี (FIGC) สำหรับตำแหน่งเฮดโค้ชคนใหม่ แต่ท้ายที่สุดดีลดังกล่าวไม่สามารถเกิดขึ้นได้ ทำให้แผนการต้องเปลี่ยนทิศทาง
เบื้องหลังการตัดสินใจครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า อิตาลีไม่ได้มองหาเพียงโค้ชที่มีชื่อเสียงเท่านั้น แต่ต้องการผู้นำที่สามารถพาทีมกลับมาทวงความยิ่งใหญ่บนเวทีโลก หลังจากผลงานที่ยังไม่ตอบโจทย์ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
คาร์โล อันเชล็อตติ คือเป้าหมายอันดับหนึ่งของอิตาลี
ก่อนที่ชื่อของ เป๊ป กวาร์ดิโอลา จะถูกเชื่อมโยงกับทีมชาติอิตาลี สหพันธ์ฟุตบอลอิตาลีได้ติดต่อ คาร์โล อันเชล็อตติ เป็นตัวเลือกแรกอย่างจริงจัง
เหตุผลสำคัญคือประสบการณ์อันมหาศาลของกุนซือวัยเก๋ารายนี้ ทั้งในระดับสโมสรและทีมชาติ รวมถึงความสามารถในการบริหารนักเตะระดับโลก ซึ่งทำให้เขาได้รับความเคารพจากนักเตะทุกเจเนอเรชัน
อันเชล็อตติยังถือเป็นหนึ่งในโค้ชชาวอิตาเลียนที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอล โดยคว้าแชมป์มากมายกับหลายสโมสรชั้นนำของยุโรป
คุณสมบัติที่ทำให้อิตาลีเลือกอันเชล็อตติเป็นเป้าหมายแรก ได้แก่
- ประสบการณ์ระดับโลกทั้งในลีกและฟุตบอลยุโรป
- ความสามารถในการบริหารห้องแต่งตัว
- แท็กติกที่ยืดหยุ่นและเหมาะกับฟุตบอลทีมชาติ
- บุคลิกที่ได้รับความเคารพจากนักเตะ
- ความเข้าใจฟุตบอลอิตาเลียนอย่างลึกซึ้ง
เหตุใดดีลอันเชล็อตติจึงไม่เกิดขึ้น
แม้อิตาลีจะให้ความสำคัญกับอันเชล็อตติเป็นอันดับแรก แต่การเจรจาไม่ได้ลงเอยด้วยข้อตกลง
ปัจจัยหลายอย่างส่งผลให้ทั้งสองฝ่ายไม่สามารถเดินหน้าร่วมงานกันได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของช่วงเวลา ภาระผูกพันเดิม รวมถึงแผนงานระยะยาวที่ยังไม่ลงตัว
เมื่อโอกาสในการดึงตัวอันเชล็อตติเริ่มเลือนลาง สหพันธ์ฟุตบอลอิตาลีจึงต้องขยายตัวเลือกไปยังกุนซือระดับโลกคนอื่นทันที
การเปลี่ยนแผนอย่างรวดเร็วสะท้อนให้เห็นว่าทีมชาติอิตาลีต้องการแต่งตั้งกุนซือใหม่โดยเร็ว เพื่อเตรียมทีมสำหรับโปรแกรมสำคัญในอนาคต
เป๊ป กวาร์ดิโอลา กลายเป็นตัวเลือกต่อมา
หลังจากแผนดึงตัวอันเชล็อตติไม่ประสบความสำเร็จ ชื่อของ เป๊ป กวาร์ดิโอลา จึงเริ่มถูกพูดถึงอย่างต่อเนื่อง
กุนซือชาวสเปนได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในโค้ชที่ประสบความสำเร็จที่สุดในยุคปัจจุบัน ด้วยสไตล์การเล่นที่โดดเด่นและผลงานคว้าแชมป์กับหลายสโมสรชั้นนำ
การมีชื่อของเป๊ปในลิสต์แสดงให้เห็นว่าอิตาลีต้องการยกระดับทีมชาติด้วยโค้ชระดับแถวหน้าของวงการฟุตบอลโลก
แม้จะยังไม่มีข้อสรุปเกี่ยวกับอนาคตของเป๊ป แต่ข่าวดังกล่าวก็สร้างความสนใจให้แฟนบอลทั่วโลกทันที
ทำไมอิตาลีจึงต้องการกุนซือระดับท็อป
ฟุตบอลทีมชาติอิตาลีกำลังอยู่ในช่วงสร้างทีมใหม่ หลังจากเผชิญความท้าทายในหลายทัวร์นาเมนต์ที่ผ่านมา
เป้าหมายสำคัญคือการกลับมาลุ้นแชมป์รายการใหญ่ และสร้างทีมที่สามารถแข่งขันกับมหาอำนาจลูกหนังของโลกได้อีกครั้ง
ด้วยเหตุนี้ การเลือกเฮดโค้ชจึงเป็นหนึ่งในการตัดสินใจที่สำคัญที่สุดของสหพันธ์ฟุตบอลอิตาลี
คุณสมบัติที่อิตาลีมองหาในกุนซือคนใหม่ ได้แก่
- มีประสบการณ์ในเกมระดับสูง
- สามารถพัฒนานักเตะดาวรุ่ง
- สร้างแท็กติกที่เหมาะกับฟุตบอลสมัยใหม่
- รับมือกับความกดดันได้ดี
- มีวิสัยทัศน์ระยะยาว
อันเชล็อตติกับทีมชาติอิตาลี…ความฝันที่ยังไม่เกิดขึ้น
แม้การเจรจาครั้งนี้จะไม่ประสบผลสำเร็จ แต่หลายฝ่ายยังเชื่อว่าประตูระหว่างอันเชล็อตติกับทีมชาติอิตาลียังไม่ปิดสนิท
ตลอดอาชีพการคุมทีม อันเชล็อตติสร้างชื่อเสียงกับหลายสโมสร แต่เขายังไม่เคยมีโอกาสคุมทีมชาติอิตาลีอย่างเต็มตัว
นั่นทำให้แฟนบอลจำนวนไม่น้อยยังคงหวังว่าสักวันหนึ่ง กุนซือระดับตำนานรายนี้จะได้กลับมารับใช้บ้านเกิดในฐานะเฮดโค้ชของทีมชาติ
เป๊ปหรืออันเชล็อตติ ใครเหมาะกับอิตาลีมากกว่ากัน
หากเปรียบเทียบทั้งสองคน ต่างก็มีจุดเด่นที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน
คาร์โล อันเชล็อตติ โดดเด่นด้านการบริหารนักเตะ ความยืดหยุ่นทางแท็กติก และประสบการณ์ในฟุตบอลอิตาเลียน
ขณะที่ เป๊ป กวาร์ดิโอลา มีชื่อเสียงด้านฟุตบอลเกมรุก การครองบอล และการสร้างระบบการเล่นที่ชัดเจน
ทั้งสองต่างเป็นโค้ชระดับโลก แต่แนวทางการทำทีมแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
นั่นจึงทำให้การเลือกตัวเลือกที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับวิสัยทัศน์ของสหพันธ์ฟุตบอลอิตาลีมากกว่าชื่อเสียงเพียงอย่างเดียว
บทสรุป
การเปิดเผยว่า คาร์โล อันเชล็อตติคือเป้าหมายแรกของทีมชาติอิตาลี ก่อนที่ชื่อของ เป๊ป กวาร์ดิโอลา จะถูกหยิบยกขึ้นมา ถือเป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่น่าสนใจของวงการฟุตบอลยุโรป
แม้ดีลกับอันเชล็อตติจะไม่เกิดขึ้น แต่เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจของอิตาลีในการเฟ้นหากุนซือระดับโลก เพื่อพาทีมกลับไปสู่ความสำเร็จอีกครั้ง
ในช่วงเวลาที่ฟุตบอลทีมชาติกำลังเข้าสู่ยุคใหม่ การตัดสินใจเลือกเฮดโค้ชจะส่งผลโดยตรงต่อทิศทางของทีมในอีกหลายปีข้างหน้า และแฟนบอลทั่วโลกต่างจับตาว่า สุดท้ายแล้วใครจะเป็นคนพา “อัซซูรี” กลับมายืนบนจุดสูงสุดของฟุตบอลโลกอีกครั้ง.