SBOTOP: สเปน 1-0 อาร์เจนตินา! เฟร์ราน ตอร์เรส ซัดประตูชัย พาสเปนคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 2026

SBOTOP: สเปน 1-0 อาร์เจนตินา! เฟร์ราน ตอร์เรส ซัดประตูชัย พาสเปนคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 2026

ทีมชาติสเปน สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ด้วยการคว้าแชมป์ ฟุตบอลโลก 2026 หลังเฉือนเอาชนะ ทีมชาติอาร์เจนตินา ไปได้แบบหวุดหวิด 1-0 ในรอบชิงชนะเลิศที่สนาม New York New Jersey Stadium สหรัฐอเมริกา

ประตูชัยของเกมมาจาก เฟร์ราน ตอร์เรส (Ferran Torres) ในช่วงต้นของการต่อเวลาพิเศษครึ่งหลัง ส่งให้ทัพ “กระทิงดุ” (La Furia Roja) ก้าวขึ้นสู่บัลลังก์แชมป์โลกเป็นสมัยที่ 2 ในประวัติศาสตร์ พร้อมปิดฉากทัวร์นาเมนต์ด้วยผลงานอันยอดเยี่ยม

ครึ่งแรก สเปนครองเกม แต่อาร์เจนตินาตั้งรับเหนียวแน่น

เสียงนกหวีดเริ่มเกมดังขึ้น สเปนเป็นฝ่ายเปิดเกมรุกทันที และครองบอลได้เหนือกว่าตั้งแต่นาทีแรก

เพียงนาทีที่ 5 ลามีน ยามาล ได้โอกาสยิงจากฝั่งซ้ายของกรอบเขตโทษ แต่ เอมิเลียโน มาร์ติเนซ ยังโชว์ปฏิกิริยาสุดยอด ปัดบอลออกหลังได้อย่างยอดเยี่ยม

หลังจากนั้น สเปนยังคงเป็นฝ่ายครองบอลต่อเนื่อง แต่แนวรับของอาร์เจนตินายืนตำแหน่งได้อย่างมีวินัย ทำให้โอกาสจบสกอร์ของทีมจากยุโรปมีไม่มากนัก

ในทางกลับกัน ทัพ ฟ้าขาว เน้นเกมรับอย่างเต็มตัวและรอจังหวะสวนกลับ ส่งผลให้ตลอด 30 นาทีแรก พวกเขาแทบไม่มีโอกาสยิงประตูเลยแม้แต่ครั้งเดียว

โอกาสลุ้นประตูอีกครั้งเกิดขึ้นในนาทีที่ 39 เมื่อ มิเกล โอยาร์ซาบัล ได้ยิงจากนอกกรอบ แต่บอลยังไม่ผ่านมือของมาร์ติเนซ

ก่อนหมดครึ่งแรก อาร์เจนตินาต้องพบข่าวร้ายเมื่อ ลิซานโดร มาร์ติเนซ ได้รับบาดเจ็บจนเล่นต่อไม่ไหว ทำให้ นิโกลัส โอตาเมนดี ถูกส่งลงสนามแทน

ทั้งสองทีมจบครึ่งแรกด้วยสกอร์ 0-0

ครึ่งหลัง เกมยังอึดอัด ก่อนสเปนเร่งเครื่องอย่างหนัก

เริ่มครึ่งหลัง ลิโอเนล สกาโลนี ตัดสินใจส่ง เลอันโดร ปาเรเดส ลงมาแทน นิโก กอนซาเลซ เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งในแดนกลาง

แม้รูปเกมจะยังไม่เปลี่ยนมากนัก แต่สเปนยังเป็นฝ่ายควบคุมจังหวะการแข่งขัน ขณะที่อาร์เจนตินาเลือกเล่นอย่างรัดกุมและอดทนรอจังหวะสวนกลับ

เมื่อเกมผ่านไปหนึ่งชั่วโมง หลุยส์ เด ลา ฟวนเต เริ่มแก้เกมด้วยการส่ง เฟร์ราน ตอร์เรส และ เปดรี ลงสนามแทน มิเกล โอยาร์ซาบัล กับ ฟาเบียน รุยซ์

การเปลี่ยนตัวครั้งนี้ทำให้เกมรุกของสเปนมีความอันตรายมากขึ้น พวกเขาสร้างโอกาสยิงตรงกรอบได้ต่อเนื่อง จนเอมิเลียโน มาร์ติเนซต้องออกแรงเซฟหลายครั้งเพื่อช่วยให้อาร์เจนตินารอดพ้นจากการเสียประตู

ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ อาร์เจนตินาต้องเหลือผู้เล่นเพียง 10 คน เมื่อ เอ็นโซ เฟร์นานเดซ ได้รับใบเหลืองที่สองและถูกไล่ออกจากสนาม

แม้สเปนจะได้เปรียบเรื่องจำนวนผู้เล่น แต่ก็ยังไม่สามารถเจาะแนวรับของอาร์เจนตินาได้ ทำให้จบ 90 นาทีด้วยผลเสมอ 0-0 และต้องต่อเวลาพิเศษ

ต่อเวลาพิเศษ ดราม่าประตู VAR ก่อนเฟร์ราน ตอร์เรส กลายเป็นฮีโร่

เข้าสู่ช่วงต่อเวลาพิเศษ สเปนเปิดเกมบุกอย่างหนักทันที

นาทีที่ 94 นิโก วิลเลียมส์ เกือบโหม่งให้ทีมขึ้นนำ แต่เอมิเลียโน มาร์ติเนซยังโชว์ฟอร์มระดับโลก พุ่งปัดบอลได้อย่างเหลือเชื่อ

อีกเพียงไม่กี่นาทีต่อมา แฟนบอลสเปนได้เฮเมื่อ นิโก วิลเลียมส์ ยิงบอลเข้าไปตุงตาข่ายจากจังหวะชุลมุนหน้าประตู

อย่างไรก็ตาม หลังจากตรวจสอบโดย VAR ผู้ตัดสินตัดสินยกเลิกประตู เนื่องจากพบว่ามีการทำฟาวล์ของ มิเกล เมริโน ก่อนเกิดจังหวะทำประตู ส่งผลให้สกอร์ยังคงเป็น 0-0

ก่อนหมดช่วงต่อเวลาครึ่งแรก เมริโนมีโอกาสทองอีกครั้ง แต่ยิงหลุดกรอบออกไปอย่างน่าเสียดาย

เฟร์ราน ตอร์เรส ซัดประตูประวัติศาสตร์ พาสเปนคว้าแชมป์โลก

ช่วงต้นของการต่อเวลาพิเศษครึ่งหลัง ความพยายามของสเปนก็ประสบผลสำเร็จ

จังหวะเริ่มจาก นิโก วิลเลียมส์ โหม่งชงบอลเข้าไปในกรอบเขตโทษ ก่อนที่ เฟร์ราน ตอร์เรส จะพุ่งเข้าชาร์จส่งบอลผ่านมือเอมิเลียโน มาร์ติเนซ เข้าไปอย่างเด็ดขาด

ประตูนี้กลายเป็นประตูเดียวของเกม และเป็นประตูที่พาสเปนขึ้นนำ 1-0

หลังเสียประตู อาร์เจนตินาเปลี่ยนแผนทันที เปิดเกมรุกเต็มรูปแบบและดันผู้เล่นขึ้นสูงเพื่อหวังตีเสมอ

สเปนเกือบได้ประตูที่สองจากเฟร์ราน ตอร์เรสอีกครั้ง แต่ผู้ช่วยผู้ตัดสินยกธงล้ำหน้า ก่อน VAR จะยืนยันคำตัดสิน ทำให้สกอร์ยังคงเดิม

ช่วงเวลาที่เหลือ อาร์เจนตินาพยายามบุกอย่างหนัก นำโดย ลิโอเนล เมสซี และ ฮูเลียน อัลวาเรซ แต่แนวรับของสเปนยังเล่นกันอย่างมีวินัย และสามารถรักษาคลีนชีตเอาไว้ได้จนสิ้นเสียงนกหวีด

สเปนผงาดแชมป์โลกสมัยที่ 2

ชัยชนะเหนืออาร์เจนตินาทำให้ ทีมชาติสเปน คว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 2026 ได้สำเร็จ นับเป็นแชมป์โลกสมัยที่ 2 ของประเทศ หลังจากเคยคว้าแชมป์ครั้งแรกเมื่อปี 2010

ผลงานอันยอดเยี่ยมของลูกทีม หลุยส์ เด ลา ฟวนเต ตลอดทั้งทัวร์นาเมนต์ รวมถึงเกมรับที่แข็งแกร่ง แดนกลางที่ครองเกมได้เหนือกว่า และเกมรุกที่เฉียบคมในช่วงเวลาสำคัญ ทำให้พวกเขาคู่ควรกับตำแหน่งแชมป์โลกอย่างแท้จริง

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

ทีมชาติสเปน (4-3-3)

ผู้รักษาประตู: อูไน ซิมอน

กองหลัง: มาร์ก กูกูเรญา, อายเมอริก ลาปอร์ต, เปา กูบาร์ซี, เปโดร ปอร์โร

กองกลาง: ฟาเบียน รุยซ์, โรดรี, ดานี โอลโม

กองหน้า: อเล็กซ์ บาเอนา, มิเกล โอยาร์ซาบัล, ลามีน ยามาล

หัวหน้าผู้ฝึกสอน: หลุยส์ เด ลา ฟวนเต

ทีมชาติอาร์เจนตินา (4-4-2)

ผู้รักษาประตู: เอมิเลียโน มาร์ติเนซ

กองหลัง: นิโกลัส ตาญาฟิโก, ลิซานโดร มาร์ติเนซ, คริสเตียน โรเมโร, กอนซาโล มอนเตียล

กองกลาง: นิโก กอนซาเลซ, อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์, เอ็นโซ เฟร์นานเดซ, โรดริโก เด ปอล

กองหน้า: ฮูเลียน อัลวาเรซ, ลิโอเนล เมสซี

หัวหน้าผู้ฝึกสอน: ลิโอเนล สกาโลนี

อ่านด้วย :