บรรยากาศความตึงเครียดปะทุขึ้นทันทีที่สนามซานติอาโก เบร์นาเบว เมื่อเรอัล มาดริด เปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของเรอัล โอเบียโด ในศึกลา ลีกา สเปน ฤดูกาล 2025/2026 นัดที่ 36 เมื่อคืนวันศุกร์ที่ 15 พฤษภาคม 2026 ตามเวลาในประเทศไทย
แม้เกมนี้จะมีผลต่ออันดับในตารางคะแนน แต่ความสนใจของแฟนบอลกลับไม่ได้อยู่ที่ผลงานในสนามเพียงอย่างเดียว เพราะนี่กลายเป็นแมตช์ที่สะท้อนความไม่พอใจของแฟนบอล “ราชันชุดขาว” ที่สะสมมาตลอดทั้งฤดูกาล
เบร์นาเบวเดือดตั้งแต่ก่อนเริ่มเกม เปเรซปะทะคารมแฟนบอล
ก่อนเสียงนกหวีดเริ่มการแข่งขัน ประเด็นร้อนกลับเกิดขึ้นในโซนวีไอพีของสนาม เมื่อ ฟลอเรนติโน เปเรซ ประธานสโมสรเรอัล มาดริด ถูกจับภาพได้ว่ากำลังมีปากเสียงอย่างรุนแรงกับกลุ่มแฟนบอลบางส่วนที่แสดงความไม่พอใจต่อผลงานของทีมในฤดูกาลนี้
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นขณะนักเตะทั้งสองทีมกำลังทำพิธีจับมือก่อนเริ่มเกม ซึ่งบรรยากาศในสนามเริ่มเต็มไปด้วยความตึงเครียดและเสียงโห่จากอัฒจันทร์หลายจุด
เสียงโห่และเสียงวิจารณ์ดังขึ้นอย่างต่อเนื่องทั่วทั้งสนาม แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่างแฟนบอลกับสโมสรที่กำลังอยู่ในช่วงเปราะบางอย่างหนักในฤดูกาลนี้
แฟนมาดริดระเบิดอารมณ์ หลังผลงานทีมย่ำแย่ต่อเนื่อง
ความกดดันที่ถาโถมเข้าใส่เรอัล มาดริดไม่ได้เกิดขึ้นเพียงชั่วคราว แต่เป็นผลสะสมจากผลงานที่ไม่สม่ำเสมอ รวมถึงความล้มเหลวในการลุ้นแชมป์รายการสำคัญหลายรายการ
ตลอดช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ทีม “ราชันชุดขาว” ต้องเผชิญทั้งผลการแข่งขันที่น่าผิดหวัง ปัญหาภายในห้องแต่งตัว และกระแสวิพากษ์วิจารณ์จากสื่ออย่างหนัก ส่งผลให้บรรยากาศโดยรอบสโมสรเต็มไปด้วยความไม่พอใจของแฟนบอล
เบร์นาเบวลุกเป็นไฟ เปเรซถูกกดดันหนักกลางสนาม
จุดที่ทำให้สถานการณ์ยิ่งร้อนแรงขึ้น คือช่วงที่กล้องโทรทัศน์จับภาพ ฟลอเรนติโน เปเรซ กำลังโต้เถียงกับแฟนบอลบริเวณใกล้โซนประธานสโมสร ก่อนเกมจะเริ่มอย่างเป็นทางการ
ภาพดังกล่าวถือเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่บ่อยนักในซานติอาโก เบร์นาเบว เพราะโดยปกติเปเรซมักถูกมองว่าเป็นผู้นำที่สุขุมและควบคุมสถานการณ์ได้ดี แม้จะอยู่ภายใต้แรงกดดันก็ตาม
อย่างไรก็ตาม ในเกมนี้เขาดูเหมือนจะไม่สามารถหลีกเลี่ยงความเดือดดาลของแฟนบอลได้ เมื่อเสียงวิจารณ์และการตะโกนจากอัฒจันทร์เริ่มพุ่งตรงมาที่ฝ่ายบริหารของสโมสรอย่างชัดเจน
ตำรวจสนามต้องเข้าควบคุม หลังแฟนบอลชูป้ายประท้วง
หลังจากเกมเริ่มขึ้นไม่นาน เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของสนามต้องเข้ามาดูแลสถานการณ์ในอัฒจันทร์ เพื่อควบคุมความวุ่นวายที่เริ่มขยายตัว
มีรายงานว่าป้ายข้อความประท้วงหลายผืนถูกยึดออกจากสนาม โดยมีเนื้อหาพุ่งเป้าไปที่ฟลอเรนติโน เปเรซโดยตรง สะท้อนถึงความไม่พอใจอย่างรุนแรงของแฟนบอลบางกลุ่ม
ข้อความบนป้ายบางส่วนระบุถึงการเรียกร้องให้ประธานสโมสรลงจากตำแหน่ง รวมถึงการวิพากษ์วิจารณ์การบริหารทีมในฤดูกาลนี้อย่างตรงไปตรงมา
วินิซิอุส และ เอ็มบัปเป้ โดนแฟนบอลโห่หนัก
ไม่เพียงแค่ฝ่ายบริหารเท่านั้นที่ถูกวิจารณ์ นักเตะตัวหลักของทีมก็กลายเป็นเป้าหมายของเสียงโห่จากแฟนบอลเช่นกัน โดยเฉพาะในช่วงวอร์มอัพก่อนเริ่มเกม
สองดาวเตะที่ถูกวิจารณ์หนักที่สุดคือ วินิซิอุส จูเนียร์ และ คีลิยัน เอ็มบัปเป้ ซึ่งถูกแฟนบอลส่งเสียงโห่และวิจารณ์แทบทุกครั้งที่สัมผัสบอลในช่วงต้นเกม
ความไม่พอใจของแฟนบอลทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ หลังจากผลงานของทีมตกต่ำอย่างต่อเนื่อง รวมถึงความพ่ายแพ้ในศึกเอล กลาซิโก้ต่อบาร์เซโลน่าแบบขาดลอย ซึ่งถูกมองว่าเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของฤดูกาลที่ล้มเหลว
ปัญหาภายในห้องแต่งตัว ยิ่งซ้ำเติมสถานการณ์
นอกจากแรงกดดันจากผลงานในสนามแล้ว สถานการณ์ภายในทีมยังถูกมองว่าเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้เรอัล มาดริดเผชิญวิกฤตอย่างหนัก
มีรายงานเกี่ยวกับความขัดแย้งภายในห้องแต่งตัว รวมถึงเหตุการณ์ปะทะกันระหว่างนักเตะอย่าง ออเรเลียง ชูอาเมนี่ และ เฟเดริโก้ บัลเบร์เด้ ซึ่งยิ่งทำให้บรรยากาศภายในทีมตึงเครียดมากขึ้น
ปัญหาทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นว่า เรอัล มาดริดกำลังอยู่ในช่วงเวลาที่เปราะบางที่สุดช่วงหนึ่งของฤดูกาล และจำเป็นต้องหาทางฟื้นฟูทั้งผลงานและความสัมพันธ์กับแฟนบอลโดยเร็วที่สุด ก่อนที่สถานการณ์จะลุกลามไปมากกว่านี้