กระแสข่าวการกลับมาของ Jose Mourinho กับ Real Madrid เริ่มร้อนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ก่อนเปิดฤดูกาลใหม่ ท่ามกลางสถานการณ์ภายในทีมที่เต็มไปด้วยแรงกดดันหลังผลงานสองซีซันที่ผ่านมาไม่เป็นไปตามความคาดหวังของแฟนบอลและฝ่ายบริหาร
หลายฝ่ายเชื่อว่าหากกุนซือชาวโปรตุเกสกลับมาที่ซานติอาโก เบร์นาเบวอีกครั้ง เขาจะไม่เพียงเข้ามาแก้ปัญหาเรื่องแท็กติก แต่ยังรวมถึงการฟื้นฟู “DNA แห่งชัยชนะ” ของทีมราชันชุดขาวด้วยสไตล์ที่เข้มข้น ดุดัน และแข่งขันสูงกว่าเดิม
สิ่งที่น่าสนใจคือ แม้ยังไม่มีการเสริมทัพครั้งใหญ่ แต่มูรินโญ่ก็มีขุมกำลังที่น่ากลัวอยู่แล้ว ทั้งนักเตะประสบการณ์สูงและดาวรุ่งพรสวรรค์ที่พร้อมพาทีมกลับสู่จุดสูงสุดของยุโรปอีกครั้ง
กูร์ตัวส์ ยังเป็นหัวใจสำคัญของทีม
ตำแหน่งผู้รักษาประตูแทบไม่มีข้อถกเถียง เพราะ Thibaut Courtois ยังคงเป็นมือหนึ่งที่ไว้วางใจได้มากที่สุดของเรอัล มาดริด
แม้จะผ่านช่วงอาการบาดเจ็บมา แต่ประสบการณ์ ความนิ่ง และภาวะผู้นำของนายด่านชาวเบลเยียมยังมีความสำคัญอย่างมาก โดยเฉพาะในยุคของมูรินโญ่ที่ให้ความสำคัญกับเกมรับเป็นอันดับแรก
นอกจากนี้ กูร์ตัวส์ยังถือเป็นหนึ่งในนักเตะที่มีอิทธิพลในห้องแต่งตัว ซึ่งอาจช่วยสร้างสมดุลให้ทีมในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่ยุคใหม่ได้อย่างลงตัว
เกมรับชุดใหม่ แข็งแกร่งและดุดันกว่าเดิม
ตำแหน่งแบ็กซ้ายมีโอกาสสูงที่ Fran Garcia จะได้รับความไว้วางใจเต็มตัว เพราะสไตล์การเล่นที่ขยัน วิ่งไม่มีหมด และเล่นเกมรับได้ดุดัน เหมาะกับฟุตบอลของมูรินโญ่โดยตรง
ส่วนคู่เซ็นเตอร์แบ็กคาดว่า Dean Huijsen จะจับคู่กับ Eder Militao แม้มิลิเตาจะเจอปัญหาอาการบาดเจ็บรบกวน แต่คุณภาพโดยรวมยังถือว่าเป็นแนวรับระดับท็อปของยุโรป
ด้านแบ็กขวา ชื่อของ Trent Alexander-Arnold กลายเป็นจิ๊กซอว์สำคัญทันที เพราะความสามารถในการเปิดบอลและสร้างโอกาสจากจังหวะยากคือสิ่งที่มูรินโญ่ชื่นชอบ
หลายคนมองว่า เทรนต์อาจกลายเป็นอาวุธลับในเกมโต้กลับเร็ว ซึ่งเป็นสไตล์ที่มูรินโญ่ถนัดที่สุดมาตลอดอาชีพการคุมทีม
เบลลิงแฮม กับ วัลเวร์เด้ เครื่องจักรแดนกลางยุคมู
แดนกลางของเรอัล มาดริดในยุคใหม่ดูมีความสมดุลมากขึ้น โดย Aurelien Tchouameni ยังคงมีโอกาสยืนเป็นมิดฟิลด์ตัวรับหลัก แม้ฟอร์มในเกมใหญ่ยังถูกตั้งคำถามอยู่บ้าง
อย่างไรก็ตาม จุดที่แฟนบอลตื่นเต้นที่สุดคือการประสานงานของ Jude Bellingham และ Federico Valverde
ทั้งสองคนมีจุดเด่นเรื่องพลังงาน ความเร็ว และจิตใจนักสู้ ซึ่งตรงกับปรัชญาของมูรินโญ่แบบชัดเจน โดยเฉพาะวัลเวร์เด้ที่มีสไตล์คล้ายผู้เล่น Box-to-Box ที่กุนซือโปรตุเกสชื่นชอบ
ขณะที่เบลลิงแฮมอาจถูกยกระดับให้กลายเป็นหัวใจสำคัญของทีมทั้งในเกมรุกและเกมรับ เพราะเขาสามารถเล่นได้หลายบทบาทในแดนกลาง
อาร์ดา กือแลร์ อาจเป็น “โอซิลคนใหม่”
อีกหนึ่งชื่อที่ถูกจับตามองมากที่สุดคือ Arda Guler ดาวรุ่งชาวตุรกีที่มีโอกาสแจ้งเกิดเต็มตัวภายใต้การคุมทีมของมูรินโญ่
หลายฝ่ายเชื่อว่า กือแลร์มีสไตล์คล้าย Mesut Ozil ในยุคแรกของมูรินโญ่กับเรอัล มาดริด ทั้งเรื่องวิสัยทัศน์ การจ่ายบอล และความสามารถในการสร้างสรรค์เกม
หากได้รับอิสระในการเล่น กือแลร์อาจกลายเป็นเพลย์เมกเกอร์ตัวหลักที่ช่วยปลดล็อกเกมรับคู่แข่งได้อย่างยอดเยี่ยม
ยิ่งไปกว่านั้น มูรินโญ่เองก็มีชื่อเสียงในการดึงศักยภาพของดาวรุ่งออกมาใช้งานได้เต็มที่ หากนักเตะคนนั้นมีวินัยและทัศนคติที่ดีพอ
วินิซิอุส และ เอ็มบัปเป้ ยังเป็นอาวุธหลัก
ในแนวรุก Vinicius Junior ยังคงเป็นนักเตะที่ทีมขาดไม่ได้ ด้วยความเร็ว เทคนิค และความดุดันเวลาเล่นเกมรุก
บุคลิกที่เล่นด้วยอารมณ์และความมุ่งมั่นของวินิซิอุสยังถูกมองว่าเข้ากับแนวทางของมูรินโญ่ได้ดี เพราะกุนซือรายนี้ชื่นชอบนักเตะที่เล่นด้วยแพสชันเต็มร้อย
ส่วน Kylian Mbappe ยังคงถูกวางให้เป็นศูนย์หน้าหลักของทีม แม้ที่ผ่านมาเขาจะมีข่าวเรื่องพฤติกรรมและทัศนคติภายในทีมอยู่บ้าง
อย่างไรก็ตาม ไม่มีใครปฏิเสธได้ว่าคุณภาพของเอ็มบัปเป้ยังอยู่ในระดับเวิลด์คลาส และสามารถตัดสินเกมได้ทุกเวลา
แต่สิ่งหนึ่งที่ทุกคนรู้ดีคือ มูรินโญ่ไม่เคยยอมให้นักเตะคนไหนอยู่เหนือกฎของทีม หากเอ็มบัปเป้ไม่สามารถตอบสนองสิ่งที่โค้ชต้องการได้ โอกาสของ Endrick ดาวรุ่งชาวบราซิล ก็อาจเพิ่มขึ้นทันที
เรอัล มาดริดเวอร์ชันมูรินโญ่ อาจกลับมาน่ากลัวอีกครั้ง
หากข่าวลือครั้งนี้กลายเป็นความจริง เรอัล มาดริดอาจได้เห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ทั้งในเรื่องแท็กติก วินัย และสภาพจิตใจของทีม
การผสมผสานระหว่างแข้งประสบการณ์สูงกับดาวรุ่งพรสวรรค์ อาจกลายเป็นสูตรสำเร็จสำหรับการพาทีมกลับมาทวงความยิ่งใหญ่ในยุโรปอีกครั้ง
ที่สำคัญ มูรินโญ่คือโค้ชที่ขึ้นชื่อเรื่องการสร้าง “ทีมที่พร้อมสู้ทุกวินาที” และนั่นคือสิ่งที่แฟนบอลราชันชุดขาวกำลังรอคอยมากที่สุดในตอนนี้