นาโปลีโชว์ฟอร์มแกร่งในเกมบิ๊กแมตช์ หลังเปิดบ้านเฉือนเอาชนะ เอซี มิลาน 1-0 ในศึกกัลโช่ เซเรีย อา ฤดูกาล 2025/2026 ที่สนาม สตาดิโอ ดีเอโก้ อาร์มันโด มาราโดนา เมื่อช่วงเช้ามืดวันที่ 7 เมษายน 2026 (ตามเวลาในประเทศไทย)
เกมนี้ตัดสินด้วยประตูเดียวจาก มัตเตโอ โปลิตาโน่ ในช่วงครึ่งหลัง ซึ่งกลายเป็นฮีโร่ของทีม พร้อมพา “อิล ปาร์เตโนเปอี” เก็บสามแต้มสำคัญได้สำเร็จ
ชัยชนะนัดนี้ส่งผลโดยตรงต่ออันดับในตารางคะแนน โดยนาโปลีของกุนซือ อันโตนิโอ คอนเต้ ขยับขึ้นไปรั้งอันดับ 2 ของลีกทันที ขณะที่เอซี มิลานต้องหล่นมาอยู่อันดับ 3 และโอกาสลุ้นแชมป์ก็เริ่มเลือนลางลง
สถานการณ์ลุ้นแชมป์เริ่มตึงเครียด อินเตอร์ยังนำห่าง
แม้จะเก็บชัยชนะได้ แต่นาโปลียังคงต้องไล่ล่าคะแนนจากจ่าฝูงอย่างอินเตอร์ มิลาน ซึ่งยังคงนำเป็นอันดับ 1 อย่างแข็งแกร่ง
ฝั่งเอซี มิลานตอนนี้ตามหลังอินเตอร์ถึง 7 คะแนน โดยเหลือการแข่งขันอีกเพียง 7 นัดเท่านั้น ทำให้สถานการณ์ลุ้นแชมป์ของ “รอสโซเนรี่” เริ่มกดดันมากขึ้นเรื่อย ๆ
ขณะที่นาโปลีเอง แม้จะขยับขึ้นมาอยู่รองจ่าฝูง แต่เส้นทางสู่การคว้าแชมป์ยังไม่ง่าย และต้องลุ้นอย่างหนักในช่วงโค้งสุดท้ายของฤดูกาล
ครึ่งแรกเกมอึดอัด โอกาสมีน้อย
เริ่มเกมมา ทั้งสองทีมเล่นกันอย่างระมัดระวังเป็นพิเศษ จังหวะเกมจึงค่อนข้างช้าและเน้นความแน่นอนมากกว่าการเปิดเกมรุกเต็มรูปแบบ
เอซี มิลานมีโอกาสลุ้นก่อนจากลูกวอลเลย์ของ ยูสซูฟ โฟฟาน่า ที่ยิงได้ค่อนข้างดี แต่ยังไม่ผ่านมือของผู้รักษาประตูนาโปลี
ฝั่งเจ้าบ้านก็ตอบโต้ได้เช่นกัน โดย เลโอนาร์โด้ สปินาซโซล่า ลองยิงไกลแบบโค้ง ๆ แต่บอลเหินข้ามคานไปเพียงเล็กน้อย
อีกหนึ่งจังหวะน่าสนใจมาจาก สก็อตต์ แม็คโทมิเนย์ ที่พยายามยิงแบบจักรยานอากาศในเขตโทษ แม้จะดูหวือหวาแต่ก็ยังไม่สามารถเปลี่ยนเป็นประตูได้
จบครึ่งแรก ทั้งสองทีมยังเสมอกัน 0-0 โดยมีโอกาสไม่มากนัก และขาดความเฉียบคมในจังหวะสุดท้าย
คอนเต้แก้เกมเฉียบ ส่งโปลิตาโน่เปลี่ยนเกม
เข้าสู่ครึ่งหลัง นาโปลีเริ่มเพิ่มความดุดันและเปิดเกมรุกมากขึ้นอย่างชัดเจน พวกเขาพยายามกดดันแนวรับของมิลานอย่างต่อเนื่อง
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อ อันโตนิโอ คอนเต้ ตัดสินใจเปลี่ยนตัว ส่ง อาลิสซอน ซานโตส และ มัตเตโอ โปลิตาโน่ ลงสนาม ซึ่งกลายเป็นการแก้เกมที่ได้ผลอย่างยอดเยี่ยม
ประตูชัยเกิดขึ้นในนาทีที่ 79 จากจังหวะประสานงานที่ยอดเยี่ยม บอลเริ่มจากอาลิสซอน ซานโตส ก่อนส่งต่อไปให้ มาติอัส โอลิเวร่า ทางฝั่งซ้าย
แม้จังหวะเปิดบอลจะถูกแนวรับมิลานสกัดได้ แต่บอลกระดอนมาเข้าทางโปลิตาโน่ ที่ไม่รอช้า ซัดด้วยซ้ายแบบเรียดเสียบเสาแรกทันที ทำให้ผู้รักษาประตู ไมค์ เมญอง หมดสิทธิ์ป้องกัน
เสียงเฮดังลั่นทั้งสนาม และกลายเป็นประตูชัยของเกมนี้
นาโปลีฟอร์มแรง ชนะ 5 นัดรวดในลีก
หากดูจากสถิติการแข่งขัน เกมนี้ถือว่าสูสี นาโปลีมีโอกาสยิง 10 ครั้ง ค่าความน่าจะเป็นประตู (xG) อยู่ที่ 0.75 ขณะที่มิลานมีโอกาสยิง 7 ครั้ง
แม้ตัวเลขจะไม่ต่างกันมาก แต่ประสิทธิภาพในการจบสกอร์คือสิ่งที่ทำให้เกมนี้แตกต่าง
ชัยชนะครั้งนี้ยังทำให้นาโปลีเก็บชัยชนะในลีกได้ 5 นัดติดต่อกัน ซึ่งเป็นสถิติที่ดีที่สุดของพวกเขาในฤดูกาลนี้ และยังเทียบเท่าช่วงฟอร์มแรงในปี 2016–2018 อีกด้วย
แม้โอกาสคว้าแชมป์จากการประเมินของ Opta จะอยู่ที่ประมาณ 4.4% แต่ชัยชนะนัดนี้ก็ช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับทีมอย่างมาก
มิลานพลาดโอกาสท้ายเกม พ่ายหวุดหวิด
ช่วงท้ายเกม เอซี มิลานพยายามเปิดเกมบุกอย่างหนักเพื่อทวงประตูคืน โดยมีโอกาสสำคัญจากลูกโหม่งของ ซานติอาโก้ กิเมเนซ
อย่างไรก็ตาม บอลกลับลอยข้ามคานไปอย่างน่าเสียดาย และหลังจากนั้นพวกเขาไม่สามารถสร้างโอกาสอันตรายได้อีก
เมื่อเสียงนกหวีดยาวดังขึ้น นาโปลีจึงเป็นฝ่ายคว้าชัยไปด้วยสกอร์ 1-0 พร้อมจุดประกายการลุ้นแชมป์ให้เข้มข้นมากยิ่งขึ้นในช่วงโค้งสุดท้ายของศึกเซเรีย อา ฤดูกาลนี้
ชัยชนะของนาโปลีเหนือเอซี มิลาน ไม่เพียงแค่เพิ่ม 3 คะแนน แต่ยังส่งผลต่อสภาพจิตใจและโมเมนตัมของทีมอย่างชัดเจน โดยเฉพาะฟอร์มการเล่นที่ร้อนแรงภายใต้การคุมทีมของอันโตนิโอ คอนเต้
ในขณะที่มิลานต้องกลับไปแก้ไขปัญหาโดยด่วน หากยังต้องการอยู่ในเส้นทางลุ้นแชมป์ต่อไป
ศึกเซเรีย อายังไม่จบง่าย ๆ และทุกแต้มจากนี้ไปอาจเป็นตัวตัดสินชะตาแชมป์ในฤดูกาล 2025/2026