SBOTOP: ฟีฟ่าเผยหลักฐานชัด! อิกอร์ มาตาโนวิช สัมผัสบอลก่อน ประตูโครเอเชียถูกริบเกมพบโปรตุเกส

SBOTOP: ฟีฟ่าเผยหลักฐานชัด! อิกอร์ มาตาโนวิช สัมผัสบอลก่อน ประตูโครเอเชียถูกริบเกมพบโปรตุเกส

การแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 รอบ 32 ทีมสุดท้าย ระหว่าง โปรตุเกส และ โครเอเชีย กลายเป็นหนึ่งในแมตช์ที่ถูกพูดถึงมากที่สุดของทัวร์นาเมนต์ ไม่ใช่เพียงเพราะชัยชนะสุดดราม่าของโปรตุเกส 2-1 ที่ส่งให้พวกเขาผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้าย แต่ยังรวมถึงจังหวะปัญหาในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ซึ่งประตูตีเสมอของโครเอเชียถูก VAR ริบคืน ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากแฟนบอลทั่วโลก

หลังจบเกม หลายฝ่ายตั้งคำถามถึงการตัดสินของผู้ตัดสิน เนื่องจากภาพรีเพลย์จากการถ่ายทอดสดไม่สามารถแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า อิกอร์ มาตาโนวิช (Igor Matanovic) สัมผัสลูกฟุตบอลจริงหรือไม่ ก่อนที่บอลจะไปถึง มาริโอ ปาซาลิช และต่อมายัง ยอสโก กวาร์ดิโอล ซึ่งเป็นผู้ส่งบอลเข้าสู่ก้นตาข่าย

อย่างไรก็ตาม ล่าสุด สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (FIFA) ได้ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการ พร้อมเปิดเผยหลักฐานจากเทคโนโลยีที่ติดตั้งอยู่ภายในลูกฟุตบอลอย่างเป็นทางการของศึกฟุตบอลโลก 2026 เพื่อยืนยันว่าการตัดสินของ VAR เป็นไปอย่างถูกต้องตามกติกา

จังหวะดราม่าที่เปลี่ยนผลการแข่งขัน

เกมที่สนามโตรอนโต สเตเดียม ดำเนินมาถึงช่วงทดเวลาบาดเจ็บ โดยโปรตุเกสเพิ่งได้ประตูขึ้นนำ 2-1 จาก กอนซาโล รามอส ในนาทีที่ 90+4 ทำให้ทุกคนคิดว่าเกมกำลังจะจบลงด้วยชัยชนะของทัพฝอยทอง

แต่ในนาทีที่ 90+9 โครเอเชียเปิดเกมบุกครั้งสุดท้าย ก่อนที่บอลจะหลุดเข้าเขตโทษและ ยอสโก กวาร์ดิโอล จะยิงเข้าไป ส่งเสียงเฮให้แฟนบอลโครแอตทั่วสนาม

จังหวะดังกล่าวเริ่มต้นจากการเปิดบอลของ อิวาน เปริซิช ซึ่งบอลไปแฉลบ เรนาโต เวก้า ก่อนเปลี่ยนทิศทางมายัง มาริโอ ปาซาลิช และสุดท้ายกวาร์ดิโอลจบสกอร์ได้สำเร็จ

ในตอนแรก ผู้ตัดสิน เอสเพน เอสคาส เป่ารับรองให้เป็นประตู แต่หลังได้รับสัญญาณจากห้อง VAR เขาจึงเดินไปตรวจสอบเหตุการณ์อีกครั้ง

ผลการตรวจสอบพบว่ามีการสัมผัสบอลเพียงเล็กน้อยจาก อิกอร์ มาตาโนวิช ก่อนที่บอลจะถึงปาซาลิช ซึ่งกลายเป็นรายละเอียดสำคัญที่ทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนไป

เนื่องจากมาตาโนวิชอยู่ในตำแหน่งล้ำหน้าในจังหวะสัมผัสบอล การเล่นจึงถือว่าผิดกติกา และประตูของกวาร์ดิโอลถูกยกเลิกในที่สุด

FIFA อธิบายบทบาทของ Connected Ball Technology

หลังเกิดกระแสถกเถียงอย่างหนัก FIFA ได้อธิบายว่า การตัดสินครั้งนี้ไม่ได้อาศัยเพียงภาพจาก VAR เท่านั้น แต่ยังใช้ข้อมูลจาก Connected Ball Technology ซึ่งติดตั้งอยู่ภายในลูกฟุตบอล Adidas Trionda ที่ใช้แข่งขันในฟุตบอลโลก 2026

เทคโนโลยีดังกล่าวใช้ เซ็นเซอร์ IMU (Inertial Measurement Unit) ซึ่งสามารถตรวจจับการสัมผัสลูกฟุตบอลได้อย่างละเอียด แม้จะเป็นการสัมผัสเพียงเล็กน้อยจนสายตามนุษย์หรือภาพถ่ายทอดสดไม่สามารถสังเกตเห็นได้

เมื่อมีผู้เล่นสัมผัสลูกบอล เซ็นเซอร์จะบันทึกข้อมูลแบบเรียลไทม์ และส่งข้อมูลไปยังระบบ VAR เพื่อใช้ประกอบการตัดสิน

FIFA ระบุว่า เทคโนโลยีนี้ช่วยเพิ่มความแม่นยำในการตัดสิน โดยเฉพาะในจังหวะล้ำหน้าที่ซับซ้อน ซึ่งการสัมผัสบอลแม้เพียงเสี้ยววินาทีก็สามารถเปลี่ยนผลการแข่งขันได้

กราฟจากเซ็นเซอร์ยืนยันการสัมผัสบอลของมาตาโนวิช

หนึ่งในหลักฐานสำคัญที่ FIFA เปิดเผยคือกราฟข้อมูลจากเซ็นเซอร์ภายในลูกฟุตบอล ซึ่งแสดงผลลักษณะคล้ายเทคโนโลยี “Snicko” ที่ใช้ในกีฬาคริกเก็ต

กราฟดังกล่าวแสดงให้เห็นสัญญาณพุ่งขึ้นอย่างชัดเจนในช่วงเวลาที่อิกอร์ มาตาโนวิชสัมผัสลูกบอล แม้ว่าภาพรีเพลย์จะไม่สามารถจับรายละเอียดดังกล่าวได้ก็ตาม

ข้อมูลนี้จึงกลายเป็นหลักฐานสำคัญที่ทำให้ทีมงาน VAR และผู้ตัดสินสามารถยืนยันได้ว่าเกิดการสัมผัสบอลจริง ก่อนนำไปสู่การตัดสินว่าผู้เล่นโครเอเชียอยู่ในตำแหน่งล้ำหน้า

FIFA ยืนยันการตัดสินเป็นไปอย่างถูกต้อง

FIFA ได้เผยแพร่คำชี้แจงผ่านบัญชี X (Twitter) อย่างเป็นทางการ โดยระบุว่า

“จากข้อมูลของ Connected Ball Technology ที่ติดตั้งอยู่ภายในลูกฟุตบอล Adidas Trionda ซึ่งเป็นลูกฟุตบอลอย่างเป็นทางการของ FIFA World Cup พบว่าผู้เล่นหมายเลข 20 ของโครเอเชีย อิกอร์ มาตาโนวิช ได้สัมผัสลูกบอลในจังหวะการทำประตูใส่โปรตุเกส ส่งผลให้ผู้ตัดสินสามารถวินิจฉัยจังหวะล้ำหน้าและยกเลิกประตูได้อย่างถูกต้อง”

FIFA ยังอธิบายเพิ่มเติมว่า

“เซ็นเซอร์ IMU ภายในลูกฟุตบอล Trionda สามารถตรวจจับการสัมผัสลูกบอลได้แม้เพียงเล็กน้อย ข้อมูลดังกล่าวถูกแสดงเป็นกราฟระหว่างการถ่ายทอดสด และช่วยให้ทีมงานผู้ตัดสินได้รับข้อมูลที่แม่นยำมากกว่าที่เคย เพื่อประกอบการตัดสินอย่างรวดเร็วและถูกต้อง”

เทคโนโลยีใหม่ช่วยลดข้อโต้แย้งในการตัดสิน

เหตุการณ์ในเกมระหว่างโปรตุเกสกับโครเอเชียถือเป็นอีกตัวอย่างสำคัญของการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาช่วยวงการฟุตบอล

แม้แฟนบอลจำนวนไม่น้อยยังรู้สึกผิดหวังกับการที่โครเอเชียพลาดโอกาสตีเสมอในช่วงท้ายเกม แต่ข้อมูลจาก Connected Ball Technology ทำให้การตัดสินมีหลักฐานรองรับที่ชัดเจนมากกว่าการอาศัยภาพจากกล้องเพียงอย่างเดียว

ด้วยการผสมผสานระหว่าง VAR, ระบบจับล้ำหน้าแบบกึ่งอัตโนมัติ และเซ็นเซอร์ภายในลูกฟุตบอล FIFA เชื่อว่าเทคโนโลยีเหล่านี้จะช่วยให้การแข่งขันฟุตบอลระดับโลกมีความยุติธรรม โปร่งใส และลดข้อโต้แย้งเกี่ยวกับการตัดสินได้มากยิ่งขึ้นในอนาคต

อ่านด้วย :