เวลาผ่านไปกว่าสองทศวรรษ แต่บางการตัดสินใจในเกมฟุตบอลก็ยังคงอยู่ในความทรงจำของคนที่เกี่ยวข้องเสมอ หนึ่งในนั้นคือการตัดสินใจของ โชเซ่ มูรินโญ่ ในเกมนัดชิงชนะเลิศยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ปี 2004
ในค่ำคืนประวัติศาสตร์ที่ปอร์โต้พบกับโมนาโก มูรินโญ่เลือกให้ เบนนี แม็คคาร์ธี เริ่มต้นเกมบนม้านั่งสำรอง แม้กองหน้าชาวแอฟริกาใต้จะมีผลงานโดดเด่นมาตลอดฤดูกาล และมีส่วนสำคัญอย่างมากในการพาทีมมาถึงรอบชิงชนะเลิศ
แทนที่จะส่งแม็คคาร์ธีลงสนามตั้งแต่ต้น มูรินโญ่เลือกใช้งาน คาร์ลอส อัลแบร์โต้ เป็นตัวจริง
สุดท้าย การตัดสินใจดังกล่าวกลายเป็นหนึ่งในการเดิมพันที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดของกุนซือชาวโปรตุเกส เพราะอัลแบร์โต้เป็นคนยิงประตูแรก ก่อนที่ปอร์โต้จะเอาชนะโมนาโก 3-0 และคว้าแชมป์ยุโรปไปครอง
แต่กว่า 20 ปีต่อมา มูรินโญ่ก็ยังไม่ลืมเหตุการณ์นั้น และล่าสุดเขาได้ส่งคำขอโทษไปถึงอดีตลูกทีมของเขา
ฤดูกาล 2003/04 ที่เปลี่ยนชีวิตของมูรินโญ่
ฤดูกาล 2003/04 ถือเป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดในเส้นทางอาชีพของมูรินโญ่
ปอร์โต้ไม่ได้ถูกมองว่าเป็นทีมเต็งอันดับหนึ่งของการแข่งขัน แต่พวกเขาสามารถผ่านบรรดาสโมสรยักษ์ใหญ่ของยุโรปและเดินทางไปถึงรอบชิงชนะเลิศได้อย่างน่าประทับใจ
ในเวลานั้น มูรินโญ่กำลังสร้างชื่อในระดับนานาชาติ และแชมเปียนส์ ลีก ฤดูกาลดังกล่าวก็กลายเป็นเวทีที่ทำให้เขาก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในโค้ชที่ถูกจับตามองมากที่สุดในโลก
เบนนี แม็คคาร์ธี เป็นหนึ่งในนักเตะคนสำคัญของทีมชุดนั้น
กองหน้าทีมชาติแอฟริกาใต้ยิงไปถึง 25 ประตูตลอดฤดูกาล และสร้างปัญหาให้กับแนวรับคู่แข่งจำนวนมาก
หนึ่งในผลงานที่โดดเด่นที่สุดเกิดขึ้นในรอบ 16 ทีมสุดท้าย เมื่อปอร์โต้พบกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
แม็คคาร์ธีทำคนเดียวถึงสองประตู และช่วยให้ปอร์โต้ผ่านเข้าสู่รอบต่อไปในเกมที่มีความสำคัญเป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นเกมยุโรปนัดแรกที่สนามเอสตาดิโอ โด ดราเกา
ด้วยผลงานดังกล่าว จึงไม่น่าแปลกใจที่แม็คคาร์ธีจะมีเหตุผลเต็มที่ในการคาดหวังว่าจะได้ออกสตาร์ตในเกมนัดชิงชนะเลิศ
แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกลับแตกต่างออกไป
มูรินโญ่เลือก คาร์ลอส อัลแบร์โต้ แทนแม็คคาร์ธี
เกมนัดชิงชนะเลิศยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ปี 2004 ที่เมืองเกลเซนเคียร์เชน ประเทศเยอรมนี กลายเป็นอีกหนึ่งค่ำคืนที่ถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ของปอร์โต้
มูรินโญ่จัดแนวรุกโดยมี เดโก้, ดมิตรี อเลนิเชฟ และคาร์ลอส อัลแบร์โต้ ขณะที่แม็คคาร์ธีต้องเริ่มต้นเกมจากม้านั่งสำรอง
ในตอนนั้น การตัดสินใจดังกล่าวอาจสร้างความประหลาดใจให้กับหลายคน เพราะแม็คคาร์ธีกำลังอยู่ในฟอร์มที่ยอดเยี่ยม
อย่างไรก็ตาม เกมดำเนินไปในแบบที่มูรินโญ่ต้องการ
คาร์ลอส อัลแบร์โต้ ยิงประตูขึ้นนำให้ปอร์โต้ ก่อนที่เดโก้และอเลนิเชฟจะช่วยกันทำประตูเพิ่ม ทำให้ทีมจากโปรตุเกสคว้าชัยชนะ 3-0 อย่างเหนือความคาดหมาย
แม็คคาร์ธีถูกส่งลงสนามในครึ่งหลัง และท้ายที่สุดเขาก็ได้มีส่วนร่วมกับค่ำคืนประวัติศาสตร์นั้น
ที่สำคัญ เขากลายเป็นนักฟุตบอลชาวแอฟริกาใต้คนแรก และยังคงเป็นคนเดียวจากประเทศดังกล่าวจนถึงปัจจุบันที่สามารถคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีกได้
20 ปีผ่านไป มูรินโญ่เผยเหตุผลพร้อมคำขอโทษ
แม้เวลาจะผ่านไปนานมากแล้ว แต่มูรินโญ่ยังคงจำการตัดสินใจครั้งนั้นได้ดี
ล่าสุด อดีตกุนซือปอร์โต้ได้โพสต์ข้อความผ่าน Instagram เพื่อกล่าวถึงแม็คคาร์ธี พร้อมส่งคำขอโทษสำหรับการให้เขาเริ่มเกมบนม้านั่งสำรอง
มูรินโญ่เขียนข้อความในเชิงติดตลกว่า เขารู้สึกว่าคาร์ลอส อัลแบร์โต้ ซึ่งเขาเรียกว่า “เด็กบ้า” น่าจะเป็นคนทำประตูได้ในเกมนั้น
คำพูดดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าการตัดสินใจในปี 2004 ไม่ได้เกิดขึ้นโดยปราศจากความรู้สึกหรือการพิจารณา
มูรินโญ่มีความเชื่อบางอย่างก่อนเกม และสุดท้ายมันก็กลายเป็นจริง
นอกจากนี้ เขายังชวนอดีตนักเตะชุดแชมป์ของปอร์โต้กลับมาเจอกันอีกครั้งในปี 2029 เพื่อฉลองครบรอบ 25 ปีของความสำเร็จครั้งนั้น
แม็คคาร์ธีไม่เคยโกรธมูรินโญ่
สิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่าคำขอโทษของมูรินโญ่ คือท่าทีของแม็คคาร์ธีตลอดช่วงที่ผ่านมา
แม้เขาจะผิดหวังอย่างมากเมื่อรู้ว่าจะไม่ได้เป็นตัวจริงในนัดชิงชนะเลิศ แต่แม็คคาร์ธีไม่เคยกล่าวโทษมูรินโญ่
ตรงกันข้าม เขายังยกย่องความสามารถด้านการบริหารจัดการนักเตะของอดีตกุนซือรายนี้อีกด้วย
แม็คคาร์ธีเคยอธิบายว่า เขาอาจรู้สึกผิดหวัง แต่ไม่ได้มองว่าตัวเองสำคัญกว่าทีม
แนวคิดของเขาสามารถสรุปได้จากเหตุผลสำคัญหลายข้อ:
- เขาต้องการให้ทีมประสบความสำเร็จมากกว่าความสำเร็จส่วนตัว
- เขาเคารพการตัดสินใจของผู้จัดการทีม
- เขาเข้าใจว่ามูรินโญ่ต้องเลือกผู้เล่นที่คิดว่าเหมาะสมที่สุด
- เขาไม่ต้องการทำให้เรื่องส่วนตัวส่งผลกระทบต่อทีม
แม็คคาร์ธีเคยยอมรับว่าเขาไม่ใช่นักเตะที่เห็นแก่ตัว และไม่ต้องการทำให้ทุกอย่างกลายเป็นเรื่องของตัวเอง
เขาเข้าใจว่าฟุตบอลเป็นกีฬาประเภททีม และหากผู้จัดการทีมคิดว่าการส่งคาร์ลอส อัลแบร์โต้ลงสนามเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด เขาก็พร้อมยอมรับ
การตัดสินใจที่กลายเป็นความทรงจำตลอดกาล
เรื่องราวของมูรินโญ่และแม็คคาร์ธีในนัดชิงแชมเปียนส์ ลีก 2004 เป็นตัวอย่างที่น่าสนใจของการตัดสินใจในฟุตบอล
สำหรับมูรินโญ่ การเลือกคาร์ลอส อัลแบร์โต้กลายเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง เพราะปอร์โต้คว้าแชมป์ด้วยชัยชนะ 3-0
สำหรับแม็คคาร์ธี แม้เขาจะไม่ได้ออกสตาร์ต แต่เขาก็ยังสามารถสร้างประวัติศาสตร์ในฐานะนักฟุตบอลแอฟริกาใต้คนแรกที่คว้าแชมป์รายการนี้
และสำหรับทั้งสองคน เหตุการณ์ดังกล่าวกลับกลายเป็นเรื่องราวที่ยังคงถูกพูดถึงมากกว่า 20 ปีต่อมา
คำขอโทษของมูรินโญ่จึงไม่ใช่เพียงการย้อนกลับไปหาอดีต แต่ยังสะท้อนถึงความสัมพันธ์ระหว่างโค้ชกับลูกทีมที่ยังคงมีความเคารพต่อกัน
บางครั้งการตัดสินใจที่ยากที่สุดในฟุตบอลอาจสร้างความผิดหวังให้กับใครบางคนในช่วงเวลานั้น แต่เมื่อเวลาผ่านไป เรื่องราวเหล่านั้นอาจกลายเป็นส่วนหนึ่งของความทรงจำที่สวยงามที่สุด
และสำหรับปอร์โต้ในปี 2004 การตัดสินใจครั้งนั้นของมูรินโญ่ก็ช่วยนำทีมไปสู่หนึ่งในแชมป์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของสโมสรอย่างแท้จริง.
อ่านด้วย :
- SBOTOP: ยืนยันอย่างเป็นทางการ! สโมสรดังจากสเปนประกาศคว้าตัวแข้งแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
- SBOTOP: เอซี มิลาน เปิดตัวชุดแข่งที่ 3 เตรียมประเดิมสนามที่ SUGBK
- SBOTOP : แมนฯ ซิตี้เฮ! เจเรมี โดกู ใกล้คืนสนามก่อนดวลอาร์เซนอล พร้อมต่อสัญญาใหม่