ศึกดาร์บี้แมตช์แห่งเมืองมิลาน หรือ Derby della Madonnina ในสัปดาห์ที่ 28 ของศึกกัลโช่ เซเรีย อา ฤดูกาล 2025/2026 กลายเป็นเกมที่เต็มไปด้วยความเข้มข้น เมื่อ เอซี มิลาน เปิดสนามซาน ซิโร เอาชนะ อินเตอร์ มิลาน ไปได้แบบเฉียดฉิว 1-0 ในเกมที่แข่งขันกันช่วงเช้ามืดวันจันทร์ที่ 9 มีนาคม ตามเวลาในประเทศไทย
ประตูชัยของเกมนี้มาจาก เปอร์วิส เอสตูปินญาน (Pervis Estupiñán) ที่ซัดประตูสำคัญจากจังหวะสวนกลับเร็ว ส่งให้ทัพ รอสโซเนรี เก็บสามแต้มสำคัญในเกมดาร์บี้ และยังคงรักษาความหวังในการลุ้นแชมป์ลีกเอาไว้ได้อย่างเต็มตัว
เกมครึ่งแรกตึงเครียด ก่อนมิลานฉวยโอกาสขึ้นนำ
ช่วงต้นเกมทั้งสองทีมเล่นกันอย่างระมัดระวัง โดยต่างฝ่ายต่างเน้นความรัดกุมเพื่อหลีกเลี่ยงความผิดพลาดในเกมใหญ่แบบนี้ ทำให้ตลอดครึ่งชั่วโมงแรกของการแข่งขันแทบไม่มีโอกาสลุ้นประตูแบบชัดเจน
อินเตอร์ มิลาน เป็นฝ่ายครองบอลและกำหนดจังหวะเกมได้มากกว่าเล็กน้อย แต่แนวรับของมิลานที่จัดระเบียบอย่างดีทำให้ “งูใหญ่” หาโอกาสยิงแบบอันตรายได้ยาก
จังหวะสำคัญของครึ่งแรกเกิดขึ้นในนาทีที่ 34 เมื่อ เฮนริค มคิทาร์ยาน ได้โอกาสยิงจากระยะใกล้ แต่ ไมค์ เมญอง (Mike Maignan) ผู้รักษาประตูของมิลาน โชว์ซูเปอร์เซฟปฏิเสธประตูอย่างยอดเยี่ยม
เพียงไม่ถึงหนึ่งนาทีหลังจากนั้น มิลานตอบโต้ทันทีด้วยเกมสวนกลับที่รวดเร็ว บอลถูกส่งต่อมาถึง เปอร์วิส เอสตูปินญาน ที่เติมเกมขึ้นมาทางฝั่งซ้าย ก่อนจะจบสกอร์อย่างเฉียบขาด ส่งบอลผ่านมือผู้รักษาประตูเข้าไปตุงตาข่าย พามิลานขึ้นนำ 1-0
หลังจากเสียประตู อินเตอร์พยายามเร่งจังหวะเกม ขณะที่มิลานเองก็มีโอกาสเพิ่มเช่นกัน ทั้ง อเล็กซิส ซาเลมาเกอร์ส และ นิโคโล บาเรลลา ต่างมีจังหวะลุ้นประตูก่อนหมดครึ่งแรก
อย่างไรก็ตาม เมื่อจบ 45 นาทีแรก สกอร์ยังคงเป็น เอซี มิลาน นำ 1-0 แม้ว่าอินเตอร์จะมีค่าความน่าจะเป็นในการทำประตู (xG) สูงกว่าเล็กน้อยก็ตาม
ครึ่งหลังอินเตอร์บุกหนัก แต่เจาะแนวรับมิลานไม่สำเร็จ
เข้าสู่ครึ่งหลัง อินเตอร์ มิลาน เดินหน้าบุกเต็มกำลังทันทีเพื่อหวังทวงประตูคืน โดยมี ฟรานเชสโก ปิโอ เอสโปซิโต และ อองเช-โยอัน บอนนี่ เป็นตัวความหวังในแนวรุก
นาทีที่ 53 อินเตอร์ได้โอกาสทอง เมื่อ เฟเดริโก ดิมาร์โก หลุดขึ้นมายิง แต่บอลกลับพุ่งข้ามคานออกไปอย่างน่าเสียดาย
ต่อมาในนาทีที่ 59 กุนซือ คริสเตียน คิวู ตัดสินใจปรับแผนด้วยการส่ง เปตาร์ ซูซิช และ เดนเซล ดุมฟรีส์ ลงสนาม แทน เฮนริค มคิทาร์ยาน และ หลุยส์ เอ็นริเก้ เพื่อเพิ่มความดุดันในเกมรุก
อย่างไรก็ตาม อินเตอร์ต้องเจอปัญหาเมื่อ อเลสซานโดร บาสโตนี ได้รับบาดเจ็บหลังปะทะกับ อาเดรียง ราบิโอต์ ในนาทีที่ 68 ทำให้ต้องถูกเปลี่ยนตัวออกและให้ คาร์ลอส ออกุสโต้ ลงมาแทน
ช่วง 10 นาทีสุดท้ายของเกม อินเตอร์ยังคงเดินหน้ากดดันแนวรับของมิลานอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ยังไม่สามารถเจาะเข้าไปสร้างโอกาสชัดเจนในกรอบเขตโทษได้ ขณะที่ เลาตาโร มาร์ติเนซ ยังไม่ได้ถูกส่งลงสนามในเกมนี้
ดราม่าทดเวลาบาดเจ็บ อินเตอร์ชวดประตูตีเสมอ
เกมเข้าสู่ช่วงทดเวลาบาดเจ็บและเกิดเหตุการณ์ดราม่าในนาทีที่ 90+1 เมื่อ ปิโอ เอสโปซิโต ล้มลงในกรอบเขตโทษของมิลาน ทำให้อินเตอร์ได้ลูกเตะมุม
ในการเปิดบอลครั้งที่สอง เฟเดริโก ดิมาร์โก ยิงบอลเข้าไปตุงตาข่ายได้สำเร็จ แต่ผู้ตัดสินเป่านกหวีดก่อนหน้านั้นแล้ว ทำให้ประตูดังกล่าวไม่ถูกนับ
หลังจากนั้น นักเตะอินเตอร์พยายามเรียกร้องจังหวะแฮนด์บอลจากฝั่งมิลาน แต่ผู้ตัดสินตัดสินใจไม่ตรวจสอบ VAR และปล่อยให้เกมดำเนินต่อไป
ท้ายที่สุด เสียงนกหวีดหมดเวลาก็ดังขึ้น พร้อมชัยชนะของ เอซี มิลาน 1-0 ในศึกดาร์บี้แห่งเมืองมิลาน
ชัยชนะครั้งนี้ทำให้ มิลานรั้งอันดับ 2 ของตารางเซเรีย อา มี 60 คะแนน และลดช่องว่างจาก อินเตอร์ มิลาน ที่เป็นจ่าฝูงเหลือเพียง 7 คะแนน ทำให้การลุ้นแชมป์ลีกยังคงเปิดกว้างในช่วงโค้งสุดท้ายของฤดูกาล
รายชื่อผู้เล่นตัวจริง
เอซี มิลาน (3-5-2)
Mike Maignan; Fikayo Tomori, Koni De Winter, Strahinja Pavlovic; Alexis Saelemaekers, Youssouf Fofana, Luka Modric, Adrien Rabiot, Pervis Estupiñán; Rafael Leão, Christian Pulisic
ผู้จัดการทีม: Massimiliano Allegri
อินเตอร์ มิลาน (3-5-2)
Yann Sommer; Alessandro Bastoni, Manuel Akanji, Yann Bisseck; Federico Dimarco, Henrikh Mkhitaryan, Piotr Zielinski, Nicolò Barella, Luis Henrique; Francesco Pio Esposito, Ange-Yoan Bonny
ผู้จัดการทีม: Cristian Chivu
ศึก Derby della Madonnina ครั้งนี้จบลงด้วยรอยยิ้มของฝั่งรอสโซเนรี และยังทำให้การแข่งขันแย่งแชมป์กัลโช่ เซเรีย อา ฤดูกาลนี้เข้มข้นยิ่งขึ้นในช่วงโค้งสุดท้ายของฤดูกาล