SBOTOP ตัดเกรดนักเตะ เชลซี พบ สเปอร์ส: เอ็นโซ เฟร์นานเดซ ฟอร์มโหดจนไก่เดือยทองปั่นป่วน

SBOTOP ตัดเกรดนักเตะ เชลซี พบ สเปอร์ส: เอ็นโซ เฟร์นานเดซ ฟอร์มโหดจนไก่เดือยทองปั่นป่วน

เชลซีสามารถปลดล็อกผลงานอันย่ำแย่ได้สำเร็จ หลังเปิดบ้านเอาชนะ ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ 2-1 ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2025/2026 นัดที่ 37 เมื่อช่วงเช้ามืดวันพุธที่ 20 พฤษภาคมที่ผ่านมา

ชัยชนะนัดนี้ถือว่าสำคัญอย่างมากสำหรับ “สิงห์บลูส์” เพราะเป็นการคว้าชัยครั้งแรกในรอบ 7 เกมหลังสุด พร้อมรักษาความหวังในการจบอันดับพื้นที่ฟุตบอลยุโรปฤดูกาลหน้าเอาไว้ได้จนถึงนัดสุดท้าย

ในทางกลับกัน สเปอร์สยังไม่สามารถการันตีความปลอดภัยของตัวเองได้ และต้องลุ้นหนักในเกมสุดท้ายของซีซัน

แม้ทีมเยือนจะออกสตาร์ตได้ดุดันและเกือบขึ้นนำเร็วจากลูกโหม่งของ มาติส แตล ที่ชนเสาในนาทีที่ 11 แต่สุดท้ายเชลซีกลับเป็นฝ่ายควบคุมเกมได้ดีกว่า โดยเฉพาะฟอร์มอันยอดเยี่ยมของ เอ็นโซ เฟร์นานเดซ ที่กลายเป็นตัวชี้ขาดของเกมนี้

มิดฟิลด์ทีมชาติอาร์เจนตินายิงประตูสุดสวยจากนอกกรอบเขตโทษ ก่อนแอสซิสต์ให้ อันเดรย์ ซานโตส ยิงปิดท้ายในครึ่งหลัง ส่วนสเปอร์สได้คืนมาเพียงลูกเดียวจาก ริชาร์ลิซอน

ตัดเกรดนักเตะเชลซี เกมชนะสเปอร์ส 2-1


ผู้รักษาประตูและแนวรับ

โรเบิร์ต ซานเชซ – 6/10

แม้จะไม่ได้เจองานหนักมากนัก แต่ผู้รักษาประตูชาวสเปนยังคงมีสมาธิตลอดทั้งเกม การออกมาตัดบอลและการยืนตำแหน่งถือว่าทำได้ดี ส่วนประตูที่เสียให้ริชาร์ลิซอนแทบไม่มีโอกาสป้องกัน

จอช อาเชียมปง – 6/10

ต้องรับมือกับความเร็วและความคล่องตัวของ มาติส แตล ตลอดทั้งเกม แม้มีจังหวะโดนกดดันอยู่บ้าง แต่ยังมีหลายจังหวะช่วยทีมได้สำคัญ โดยเฉพาะการวิ่งลงมาช่วยเกมรับ นอกจากนี้ยังเติมเกมรุกได้พอสมควร

เวสลีย์ โฟฟานา – 6/10

เล่นได้แข็งแกร่งในจังหวะปะทะ อ่านเกมและตัดบอลได้หลายครั้ง อย่างไรก็ตาม มีจังหวะเสียตำแหน่งเล็กน้อยในตอนที่สเปอร์สได้ประตูตีไข่แตก

จอร์เรล ฮาโต – 7/10

หนึ่งในกองหลังที่โดดเด่นที่สุดของเชลซีในเกมนี้ เล่นด้วยความนิ่งเกินวัย มีจังหวะเข้าสกัดสำคัญใส่ เจมส์ แมดดิสัน ช่วงท้ายเกม ซึ่งช่วยให้ทีมรักษาสกอร์นำเอาไว้ได้

มาร์ก กูกูเรยา – 5/10

มีส่วนร่วมกับเกมรุกได้ดี เติมขึ้นมาสร้างโอกาสหลายครั้งและเปิดบอลอันตรายเข้ากรอบเขตโทษ แต่ความผิดพลาดจากจังหวะโหม่งเคลียร์บอลไม่ขาดนำไปสู่ประตูของริชาร์ลิซอน


แดนกลาง

อันเดรย์ ซานโตส – 7/10

โชว์พลังและความแข็งแกร่งในแดนกลางได้ยอดเยี่ยม โดยเฉพาะการดวลกับ คอเนอร์ กัลลาเกอร์ ที่เข้มข้นตลอดเกม นอกจากทำหน้าที่เกมรับแล้ว ยังเติมขึ้นมายิงประตูที่สองได้อย่างเฉียบขาด

มอยเซส ไกเซโด – 6/10

ทำหน้าที่เชื่อมเกมแดนกลางได้อย่างมีประสิทธิภาพ คุมจังหวะการเล่นได้ดี และมีจังหวะจ่ายทะลุช่องสวยๆ หลายครั้ง ช่วยให้เชลซีเปลี่ยนเกมรับเป็นรุกได้รวดเร็ว

โคล พาลเมอร์ – 7/10

เริ่มกลับมาเล่นด้วยความมั่นใจอีกครั้ง การจับบอล การเคลื่อนที่ และการเล่นร่วมกับเพื่อนร่วมทีมดูไหลลื่นมากขึ้น มีส่วนสำคัญในจังหวะขึ้นนำของเอ็นโซ เฟร์นานเดซ


แนวรุก

เปโดร เนโต้ – 7/10

เป็นตัวอันตรายทางริมเส้นของเชลซีตลอดทั้งเกม ความเร็วและการลากเลื้อยสร้างปัญหาให้แนวรับสเปอร์สอย่างต่อเนื่อง พร้อมทำแอสซิสต์ให้เอ็นโซยิงประตูแรก และยังมีส่วนในประตูที่สองอีกด้วย

เอ็นโซ เฟร์นานเดซ – 8/10

แมนออฟเดอะแมตช์ของเกมนี้อย่างแท้จริง กองกลางชาวอาร์เจนตินาคือหัวใจของการเล่นทั้งหมดของเชลซี ทั้งการคุมจังหวะ การจ่ายบอล และการสร้างสรรค์เกมรุก

ประตูยิงไกลสุดสวยของเขาช่วยปลดล็อกเกมให้เชลซี ก่อนจะตามด้วยแอสซิสต์สุดแม่นยำให้ อันเดรย์ ซานโตส ยิงปิดเกม ถือเป็นหนึ่งในฟอร์มที่ดีที่สุดของเจ้าตัวในฤดูกาลนี้

เลียม ดีแล็ป – 6/10

แม้ยังไม่สามารถปลดล็อกประตูของตัวเองได้ แต่ความขยันและการเคลื่อนที่เปิดพื้นที่ถือว่าน่าชื่นชม มีโอกาสจบสกอร์อยู่บ้างแต่ยังขาดความเฉียบคมในจังหวะสุดท้าย


ผู้เล่นสำรอง

เทรโวห์ ชาโลบาห์ – 6/10

ลงมาช่วยเพิ่มความแน่นอนในแนวรับช่วงท้ายเกม ทำหน้าที่ได้ตามมาตรฐานและช่วยปิดพื้นที่ได้ดี

มามาดู ซาร์ – 6/10

เติมพลังงานใหม่ให้แดนกลาง มีส่วนช่วยให้เชลซีครองบอลได้มากขึ้นในช่วงที่สเปอร์สพยายามบุกหนัก

อเลฮานโดร การ์นาโช – ไม่มีคะแนน

ลงสนามช่วงท้ายเกมเพื่อช่วยถ่วงเวลา แม้มีจังหวะเสียบอลที่เกือบสร้างปัญหา แต่ไม่มีผลต่อสกอร์รวม

ชิม มฮูเอกา – ไม่มีคะแนน

มีเวลาในสนามไม่มากนัก จึงยังไม่มีโอกาสสร้างผลงานเด่น

ดาริโอ เอสซูโก – ไม่มีคะแนน

ถูกส่งลงมาช่วยเพิ่มความสดในแดนกลางช่วงท้ายเกม และช่วยให้เชลซีรักษาสกอร์นำได้จนจบการแข่งขัน

เชลซีคืนฟอร์มในเวลาสำคัญ ลุ้นพื้นที่ยุโรปถึงนัดสุดท้าย

ชัยชนะเหนือสเปอร์สครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณเชิงบวกสำหรับเชลซี หลังต้องเผชิญช่วงเวลาที่ยากลำบากตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยเฉพาะฟอร์มของ เอ็นโซ เฟร์นานเดซ และ โคล พาลเมอร์ ที่เริ่มกลับมาเล่นได้อย่างมั่นใจอีกครั้ง

หาก “สิงห์บลูส์” รักษามาตรฐานแบบนี้ได้ในเกมสุดท้าย พวกเขายังมีโอกาสสูงที่จะคว้าตั๋วไปเล่นฟุตบอลยุโรปฤดูกาลหน้าได้สำเร็จ ขณะที่สเปอร์สยังต้องลุ้นหนีสถานการณ์อันกดดันต่อไปจนถึงนัดปิดซีซันพรีเมียร์ลีก 2025/2026

อ่านด้วย :