SBOTOP : คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เคยร้องไห้เพราะโชเซ่ มูรินโญ่ ที่เรอัล มาดริด

SBOTOP : คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เคยร้องไห้เพราะโชเซ่ มูรินโญ่ ที่เรอัล มาดริด

ลูก้า โมดริช ไม่ได้เป็นเพียงแค่นักเตะในตำนานของ เรอัล มาดริด แต่เขายังเป็นพยานสำคัญในช่วงเวลาที่ประสบความสำเร็จสูงสุดของสโมสรตลอด 13 ปีที่ผ่านมา กองกลางชาวโครเอเชียรายนี้ผ่านทั้งยุคของ โชเซ่ มูรินโญ่ และ คาร์โล อันเชล็อตติ พร้อมเก็บเรื่องราวมากมาย รวมถึงเหตุการณ์ที่ทำให้ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ร้องไห้ในห้องแต่งตัว

โมดริช ย้ายมาร่วมทีม ซานติอาโก้ เบร์นาเบว ในปี 2012 ช่วงที่เรอัล มาดริดและ บาร์เซโลน่า ภายใต้การคุมทีมของเป๊ป กวาร์ดิโอล่า กำลังแข่งขันอย่างดุเดือด ขณะนั้น มูรินโญ่กำลังสร้างทีมเพื่อโค่นความยิ่งใหญ่ของบาร์ซ่า แม้ช่วงแรกโมดริชจะปรับตัวยาก แต่เขาก็ค่อย ๆ กลายเป็นแกนหลักของแดนกลางมาดริด

ในบทสัมภาษณ์กับ Corriere della Sera โมดริชยอมรับว่า มูรินโญ่มีบทบาทสำคัญต่อเส้นทางอาชีพของเขา

“เขาเป็นคนพิเศษ ทั้งในฐานะโค้ชและบุคคลส่วนตัว มูรินโญ่เป็นคนที่อยากให้ผมอยู่กับเรอัล มาดริด ถ้าไม่มีเขา ผมคงไม่ประสบความสำเร็จ ผมแค่เสียใจที่เราทำงานด้วยกันเพียงหนึ่งฤดูกาล” โมดริชกล่าว

มูรินโญ่ ทำให้โรนัลโด้ร้องไห้

เมื่อถามถึงโค้ชที่เข้มงวดที่สุด โมดริชไม่ลังเลที่จะเอ่ยชื่อมูรินโญ่ พร้อมเล่าเหตุการณ์ที่ไม่ค่อยมีใครรู้

“ผมเคยเห็นมูรินโญ่ทำให้คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ร้องไห้ในห้องแต่งตัว โรนัลโด้เป็นนักเตะที่ทุ่มเททุกอย่างในสนาม แต่วันนั้นเขาไม่ได้ไล่ตามกองหลังคู่แข่ง มูรินโญ่ตรงไปตรงมากับนักเตะ แต่ก็ซื่อตรง” โมดริชกล่าว

อดีตผู้ชนะ บัลลงดอร์ 2018 อธิบายว่า มูรินโญ่ไม่แบ่งแยกนักเตะ ไม่ว่าจะเป็น เซร์คิโอ รามอส หรือผู้เล่นใหม่ ทุกคนได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียม

“ถ้าเขามีอะไรจะบอก เขาจะพูดตรง ๆ ความซื่อสัตย์ของเขาสำคัญมาก” โมดริชเสริม พร้อมเปรียบเทียบบุคลิกของมูรินโญ่กับ มัสซิมิเลียโน่ อัลเลกรี

อันเชล็อตติ คืออันดับหนึ่งในใจโมดริช

แม้มูรินโญ่จะเป็นโค้ชที่เข้มงวดที่สุด โมดริชกลับมองว่า คาร์โล อันเชล็อตติ คือโค้ชที่ดีที่สุดในอาชีพของเขา ปัจจุบัน อันเชล็อตติรับหน้าที่คุมทีมชาติบราซิล

“คาร์โลคืออันดับหนึ่ง มันยากที่จะหาคำมาบรรยาย ไม่ใช่แค่เพราะคุณภาพของเขาในฐานะโค้ช แต่เพราะบุคลิกส่วนตัวของเขา” โมดริชกล่าว

โมดริชยังระลึกถึงความใกล้ชิดกับอันเชล็อตติในช่วงที่ทั้งคู่อยู่มาดริด พวกเขามักพูดคุยกันไม่ใช่แค่เรื่องฟุตบอล แต่รวมถึงครอบครัวและชีวิตประจำวัน

“โดยปกติ โค้ชมักไม่เชื่อใจนักเตะเต็มร้อย แต่คาร์โลต่างออกไป เขาเชื่อใจเรา” โมดริชกล่าว

โค้ชที่มีอิทธิพลต่อชีวิตโมดริช

นอกจากโค้ชชื่อดังในยุโรป โมดริชยังกล่าวถึง โทโม บาซิก โค้ชในวัยเด็กที่เขาเชื่อว่ามีอิทธิพลมากที่สุดต่อการพัฒนาเรื่องจิตใจและบุคลิกภาพ

“เขาสอนให้เราเผชิญกับความไม่ยุติธรรม เขาต้องการให้เราเรียนรู้ว่าฟุตบอลและชีวิตเต็มไปด้วยความยากลำบาก แม้กระทั่งการถูกกลั่นแกล้ง” โมดริชระลึกถึง

บาซิกยังเป็นคนโน้มน้าวให้โมดริชเล็ก ๆ ไม่สนใจคำวิจารณ์เรื่องรูปร่างที่เล็กและบอบบาง

“เขาบอกผมว่า ‘คุณจะเป็นคนที่ดีที่สุดในโลก’ ถ้าไม่มีคำพูดนั้น ผมคงไม่มายืนอยู่ตรงนี้” โมดริชกล่าว

บทใหม่กับเอซี มิลาน

ปัจจุบัน โมดริชอายุ 40 ปี และกำลังเริ่มบทใหม่กับ เอซี มิลาน หลังย้ายแบบฟรีในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา

นอกจากนี้ เขายังมีเป้าหมายใหญ่กับทีมชาติ โครเอเชีย มีโอกาสลงเล่นใน ฟุตบอลโลก ในฐานะกัปตัน เพื่อสานต่อเรื่องราวอาชีพอันยาวนานที่เริ่มจาก ซาเกร็บ ไปถึง มาดริด และตอนนี้ มิลาน

โมดริชยังคงเป็นตัวอย่างของนักเตะที่ผสมผสาน พรสวรรค์, วินัย และความมุ่งมั่น ตลอดเส้นทางอาชีพที่สร้างแรงบันดาลใจให้แฟนบอลทั่วโลก

อ่านด้วย :