SBOTOP: พ่ายสุดช็อก! อิตาลีชวดลุยบอลโลก 3 สมัยติดต่อกัน

SBOTOP: พ่ายสุดช็อก! อิตาลีชวดลุยบอลโลก 3 สมัยติดต่อกัน

ทีมชาติบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนาสร้างประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญ หลังเอาชนะอิตาลีในการดวลจุดโทษ 4-1 ในศึกเพลย์ออฟคัดเลือกฟุตบอลโลก 2026 โซนยุโรป รอบชิงชนะเลิศ ที่สนามบิลิโน โปลเย เมืองเซนิกา เมื่อช่วงเช้ามืดวันที่ 1 เมษายน 2026 (ตามเวลาไทย) หลังเสมอกัน 1-1 ในเวลา 120 นาที

เกมนี้เต็มไปด้วยความเข้มข้นและดราม่าตลอดทั้งแมตช์ โดยอิตาลีเป็นฝ่ายออกนำก่อนจาก มอยส์ คีน ในนาทีที่ 15 แต่เจ้าถิ่นบอสเนียไม่ยอมแพ้ ไล่ตีเสมอได้จาก ฮาริส ทาบาโควิช ในนาทีที่ 79 ก่อนจะไปตัดสินกันในช่วงดวลจุดโทษ

ชัยชนะครั้งนี้ทำให้ทีมของ เซอร์เกย์ บาร์บาเรซ คว้าตั๋วไปลุยฟุตบอลโลก 2026 ได้สำเร็จ ขณะที่อิตาลีของ เจนนาโร กัตตูโซ ต้องพบกับฝันร้ายอีกครั้ง เมื่อพลาดเข้าร่วมเวิลด์คัพเป็นครั้งที่ 3 ติดต่อกัน

ครึ่งแรก: อิตาลีขึ้นนำ แต่จุดเปลี่ยนอยู่ที่ใบแดง

เริ่มเกมมา บอสเนียพยายามเปิดเกมรุกกดดันตั้งแต่ต้น โดยมีจังหวะลุ้นจาก อามาร์ เมมิค ที่เปิดบอลอันตรายเข้ากลางตั้งแต่นาทีที่ 3 แต่แนวรับอิตาลียังช่วยกันเคลียร์ได้ทัน

อย่างไรก็ตาม กลับเป็นอิตาลีที่ฉวยโอกาสได้ดีกว่า และขึ้นนำในนาทีที่ 15 จากความผิดพลาดของผู้รักษาประตู นิโคล่า วาซิลย์ ที่ปัดบอลไม่ขาด ทำให้ นิโคโล่ บาเรลล่า ฉกบอลไปจ่ายให้ มอยส์ คีน ยิงเข้าไปอย่างเฉียบขาด ส่งทีมเยือนนำ 1-0

หลังเสียประตู บอสเนียพยายามเร่งเครื่องทันที อีวาน บาซิช มีโอกาสยิงไกล แต่ จานลุยจิ ดอนนารุมม่า ยังโชว์ฟอร์มเซฟช่วยทีมไว้ได้

เจ้าถิ่นยังคงเดินหน้าบุกอย่างต่อเนื่อง และเกือบตีเสมอได้จากลูกโหม่งของ เออร์เมดิน เดมิโรวิช ที่เฉียดเสาออกไปเพียงเล็กน้อย

จุดเปลี่ยนสำคัญของเกมเกิดขึ้นในนาทีที่ 41 เมื่อ อเลสซานโดร บาสโตนี่ โดนใบแดงโดยตรง หลังทำฟาวล์ เมมิค ในจังหวะหลุดเดี่ยว ทำให้อิตาลีต้องเหลือผู้เล่นเพียง 10 คน

กัตตูโซต้องรีบปรับแผนทันที ด้วยการส่ง เฟเดริโก้ กัตติ ลงมาเสริมเกมรับแทน มาเตโอ เรเตกี ก่อนจบครึ่งแรกด้วยสกอร์ 1-0

ครึ่งหลัง: บอสเนียโหมหนัก ไล่ตีเสมอสำเร็จ

เข้าสู่ครึ่งหลัง บอสเนียใช้ความได้เปรียบเรื่องจำนวนผู้เล่น เปิดเกมรุกกดดันอย่างหนักทันที

เมมิคยังคงเป็นตัวอันตรายริมเส้น เปิดบอลให้ เดมิโรวิช ลุ้นจบสกอร์ แต่จังหวะสุดท้ายยังไม่เฉียบคมพอ

อิตาลียังพอมีโอกาสสวนกลับ นาทีที่ 60 มอยส์ คีน ฉกบอลแล้วลากเดี่ยวเข้าไปยิง แต่ดันหลุดกรอบออกไปอย่างน่าเสียดาย

ขณะเดียวกัน ดอนนารุมม่าต้องทำงานหนักอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการเซฟลูกยิงของ เบนจามิน ทาฮิโรวิช ที่เกือบเสียบมุมล่าง

ในที่สุด ความพยายามของบอสเนียก็มาประสบผลในนาทีที่ 79 เมื่อ เอดิน เชโก้ โหม่งถูกปัดออกมา และ ฮาริส ทาบาโควิช ซ้ำจ่อๆ ไม่พลาด ตีเสมอเป็น 1-1

ช่วงท้ายเกม บอสเนียเกือบพลิกนำจากลูกโหม่งของ เดมิโรวิช แต่ดอนนารุมม่ายังโชว์ซูเปอร์เซฟช่วยอิตาลีเอาไว้

ช่วงต่อเวลา: เกมอึด สูสี แต่ไร้สกอร์เพิ่ม

ในช่วงต่อเวลาพิเศษ ทั้งสองทีมเริ่มมีอาการล้า ทำให้จังหวะเกมช้าลง แต่ยังมีโอกาสลุ้นประตู

อิตาลีเกือบได้ประตูชัยจาก ฟรานเชสโก้ ปิออ เอสโปซิโต้ ที่โหม่งจ่อๆ แต่ วาซิลย์ เซฟไว้ได้แบบเหลือเชื่อ

ฝั่งบอสเนียก็มีลุ้นเช่นกันจากลูกยิงไกลของ ทาฮิโรวิช แต่บอลเฉียดเสาออกไปนิดเดียว

ครบ 120 นาที เสมอกัน 1-1 ต้องตัดสินด้วยการดวลจุดโทษ

ดวลจุดโทษ: บอสเนียนิ่งกว่า ปิดเกม 4-1

ช่วงยิงจุดโทษ บอสเนียแสดงให้เห็นถึงความนิ่งและความมั่นใจที่เหนือกว่าอย่างชัดเจน

  • เบนจามิน ทาฮิโรวิช ยิงเข้าเป็นคนแรก
  • ฝั่งอิตาลี ฟรานเชสโก้ เอสโปซิโต้ ยิงพลาด
  • ทาบาโควิช และ อลาจเบโกวิช ยิงเข้าอย่างแม่นยำ
  • ซานโดร โตนาลี่ เป็นคนเดียวของอิตาลีที่ยิงเข้า

สถานการณ์ยิ่งเลวร้ายเมื่อ ไบรอัน คริสตานเต้ ยิงชนคาน ก่อนที่ เอสมิร์ บาจรัคตาเรวิช จะยิงปิดท้าย ส่งบอสเนียชนะไป 4-1

สถิติสำคัญ บอสเนีย vs อิตาลี

  • ยิงทั้งหมด: 30 – 9
  • ยิงเข้ากรอบ: 11 – 3
  • ครองบอล: 65% – 35%
  • จ่ายบอล: 614 – 287
  • ความแม่นยำ: 88% – 74%
  • ฟาวล์: 18 – 9
  • เตะมุม: 10 – 4
  • ใบเหลือง: 3 – 2
  • ใบแดง: 0 – 1

รายชื่อผู้เล่นตัวจริง

บอสเนีย (4-4-2):
นิโคล่า วาซิลย์; เซอัด โคลาซินัช, นิโคล่า คาติช, ทาริค มูฮาเรโมวิช, อามาร์ เดดิช; อามาร์ เมมิค, อีวาน บาซิช, อีวาน ซุนยิช, เอสมิร์ บาจรัคตาเรวิช; เอดิน เชโก้, เออร์เมดิน เดมิโรวิช

อิตาลี (3-5-2):
จานลุยจิ ดอนนารุมม่า; ริคคาร์โด้ คาลาฟิออรี่, อเลสซานโดร บาสโตนี่, จานลูก้า มันชินี่; เฟเดริโก้ ดิ มาร์โก, ซานโดร โตนาลี่, มานูเอล โลคาเตลลี่, นิโคโล่ บาเรลล่า, มัตเตโอ โปลิตาโน่; มาเตโอ เรเตกี, มอยส์ คีน

แมตช์นี้ถือเป็นอีกหนึ่งเกมประวัติศาสตร์ของวงการฟุตบอลยุโรป บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนาแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและหัวใจนักสู้ จนสามารถล้มทีมยักษ์ใหญ่อย่างอิตาลีได้สำเร็จ

ในทางกลับกัน “อัซซูรี่” ต้องเผชิญกับความผิดหวังครั้งใหญ่ เมื่อพลาดโอกาสไปเล่นฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายเป็นครั้งที่ 3 ติดต่อกัน ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาที่น่าหนักใจที่สุดในประวัติศาสตร์ทีมชาติอิตาลี

อ่านด้วย :