แม้จะทำผลงานได้อย่างโดดเด่นตลอดฤดูกาล 2025/2026 แต่อนาคตของ มาร์คัส แรชฟอร์ด กับ บาร์เซโลนา กลับเริ่มเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม กองหน้าทีมชาติอังกฤษรายนี้กำลังตกเป็นเป้าหมายของหลายสโมสรจาก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ อย่างไรก็ตาม หนึ่งทีมที่ชัดเจนว่าจะไม่ร่วมวงล่าตัวเขาคือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อดีตต้นสังกัด
สถานการณ์ภายในของบาร์เซโลนา โดยเฉพาะเรื่องการเมืองระดับสโมสร ถูกมองว่าอาจมีบทบาทสำคัญต่อการตัดสินใจเกี่ยวกับอนาคตของแรชฟอร์ด ขณะเดียวกัน ความเป็นไปได้ในการหวนคืนสู่เวทีพรีเมียร์ลีกก็ยังคงเปิดกว้าง
ย้ายจากแมนยูสู่บาร์ซา จุดเปลี่ยนสำคัญในอาชีพ
แรชฟอร์ดตัดสินใจอำลาแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในช่วงซัมเมอร์ปี 2025 ด้วยสัญญายืมตัว หลังจากไม่อยู่ในแผนการทำทีมของผู้จัดการทีมในเวลานั้น การย้ายมาเล่นให้กับบาร์เซโลนา กลับกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ช่วยปลุกฟอร์มเก่งของเขาให้กลับมาอีกครั้ง
กองหน้าวัย 28 ปี ปรับตัวเข้ากับฟุตบอลลาลีกาได้อย่างรวดเร็ว และกลายเป็นหนึ่งในตัวเลือกหลักในแนวรุกของทีมตลอดฤดูกาลที่ผ่านมา
สถิติยอดเยี่ยม แต่อนาคตยังคลุมเครือ
จนถึงตอนนี้ แรชฟอร์ดทำไปแล้ว 10 ประตู กับ 13 แอสซิสต์ จาก 34 นัด ในทุกรายการ ผลงานดังกล่าวทำให้หลายฝ่ายเชื่อว่า บาร์เซโลนาจะเดินหน้าคว้าตัวเขาแบบถาวรในช่วงตลาดนักเตะซัมเมอร์ 2026
อย่างไรก็ตาม รายงานล่าสุดจากสื่อสเปนระบุว่า การตัดสินใจดังกล่าวอาจไม่ราบรื่นอย่างที่คาด เนื่องจากการเลือกตั้งประธานสโมสรบาร์เซโลนาในอนาคตอันใกล้ ซึ่งอาจส่งผลโดยตรงต่อทิศทางนโยบายด้านการเสริมทัพ
การเมืองในคัมป์ นู กับผลต่อดีลแรชฟอร์ด
แหล่งข่าวใกล้ชิดสโมสรเผยว่า โจน ลาปอร์ตา ประธานคนปัจจุบัน รวมถึงผู้อำนวยการกีฬาชื่อดังอย่าง เดโก ต่างเป็นแฟนตัวยงของแรชฟอร์ด และสนับสนุนให้ทีมเดินหน้าคว้าตัวเขาอย่างถาวร
แต่ในอีกด้านหนึ่ง ผู้ท้าชิงตำแหน่งประธานสโมสรอย่าง วิกตอร์ ฟอนต์ ถูกมองว่ามีแนวคิดในการปรับโครงสร้างบริหารใหม่ทั้งหมด ซึ่งอาจรวมถึงการเปลี่ยนตัวผู้อำนวยการกีฬา หากเขาได้รับเลือกตั้ง นั่นอาจทำให้อนาคตของแรชฟอร์ดกับบาร์ซาไม่มั่นคงเท่าที่ควร
แอสตัน วิลลา จับตาสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
ตามรายงานจาก Sportbible เมื่อวันศุกร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ 2026 ความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นในคัมป์ นู ทำให้หลายสโมสรในอังกฤษเริ่มขยับตัว โดยหนึ่งในนั้นคือ แอสตัน วิลลา
ก่อนหน้านี้ วิลลาเคยยืมตัวแรชฟอร์ดมาใช้งานในฤดูกาล 2024/2025 ภายใต้การคุมทีมของ อูไน เอเมรี และเจ้าตัวทำผลงานได้น่าพอใจ ด้วยสถิติ 4 ประตู กับ 6 แอสซิสต์ จาก 17 นัด
แม้จะพอใจกับผลงาน แต่แอสตัน วิลลาตัดสินใจไม่เดินหน้าคว้าตัวถาวรในเวลานั้น เนื่องจากค่าตัวราว 40 ล้านปอนด์ ที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดตั้งไว้ ถูกมองว่าสูงเกินไป
แมนยูไม่มีแผนดึงแรชฟอร์ดกลับถิ่นเก่า
ในขณะเดียวกัน แหล่งข่าวจากอังกฤษยืนยันว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยังคงไม่มีแผนที่จะดึงแรชฟอร์ดกลับสู่ทีม แม้สถานการณ์ของเขากับบาร์เซโลนาจะไม่แน่นอนก็ตาม
“ปีศาจแดง” เลือกมองหากองหน้ารายใหม่มากกว่าการเรียกตัวนักเตะเก่ากลับมาเสริมทัพ และไม่มีความพยายามใด ๆ ในตลาดเดือนมกราคม 2026 ที่จะดึงแรชฟอร์ดกลับจากสเปน
แม้ว่า ไมเคิล คาร์ริก ผู้จัดการทีมชั่วคราว จะเคยร่วมงานกับแรชฟอร์ดเป็นเวลานานกว่า 3 ปีครึ่ง แต่แหล่งข่าวจาก The Sun ระบุว่า คาร์ริกไม่เคยพิจารณานำเขากลับมา และยังไม่ได้วางแผนระยะยาว เนื่องจากสัญญาของเขาจะหมดลงหลังจบฤดูกาล
ซัมเมอร์เดือดแน่นอน กับอนาคตที่ยังไม่ชัด
ขณะเดียวกัน ผู้บริหารระดับสูงของยูไนเต็ดอย่าง โอมาร์ เบร์ราดา และ เจสัน วิลค็อกซ์ กำลังโฟกัสไปที่การสรรหาผู้จัดการทีมถาวรสำหรับฤดูกาลหน้า และส่งสัญญาณชัดเจนว่า ท่าทีของสโมสรต่อแรชฟอร์ดยังคงไม่เปลี่ยนแปลง
ด้วยความไม่แน่นอนในบาร์เซโลนา และความสนใจจากสโมสรในพรีเมียร์ลีก ทำให้อนาคตของ มาร์คัส แรชฟอร์ด มีแนวโน้มจะกลายเป็นหนึ่งในประเด็นร้อนของตลาดซื้อขายนักเตะช่วงซัมเมอร์ 2026 อย่างแน่นอน
หากต้องการเวอร์ชัน พาดหัวแรง, บทวิเคราะห์เชิงลึก, หรือ ปรับให้เหมาะกับผู้อ่านไทยบนโซเชียล บอกผมได้เลย เดี๋ยวจัดให้ต่อทันที